⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 185/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและอยู่ในสภาวะที่ยากต่อการสังเกต ย่อมทำให้คำยืนยันของพยานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังขับรถด้วยความเร็วสูงประมาณ80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้เสียหายจึงต้องเพ่งมองไปทางข้างหน้าตลอดเวลา โอกาสจะสังเกตจดจำคนร้ายที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ข้างทางจึงมีเพียงน้อยนิด เมื่อคนร้ายยิงมาที่รถบรรทุกน้ำมันที่ผู้เสียหายขับ ผู้เสียหายก็น่าจะตกใจกลัว ต้องเร่ง ความเร็วสูงขึ้นอีกเพื่อหลบหนีให้พ้น โอกาสที่จะสังเกตจดจำใบหน้าคนร้ายแทบจะไม่มีเลยตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้เสียหายไม่น่าจะจำได้ว่าคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันคือจำเลยที่ 2 พยานโจทก์นอกจากนี้คงมีเพียงคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนและภาพถ่ายการนำชี้ ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพในสำนวนอีกคดีหนึ่งซึ่งโจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 2 ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นคนร้าย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 2 คน ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนพยายามฆ่านายอุเซ็ง แดมะยุง ผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,289, 80, 83 ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง กับขอให้นับโทษจำเลยทั้งสามต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1038/2531 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบมาตรา 80, 52 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน ปลอกกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดให้ริบเสีย สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1038/2530(ที่ถูหมายเลขดำที่ 1038/2531 ของศาลชั้นต้น) นั้น ศาลได้พิพากษายกฟ้อง ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1386/2532 จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 เสีย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายตามฟ้องหรือไม่ พยานโจทก์มีนายอุเซ็ง ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานปากเดียวเบิกความว่าวันเกิดเหตุผู้เสียหายขับรถบรรทุกน้ำมันด้วยความเร็ว 80-90กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากจังหวัดนธาธิวาสแล่นไปตามถนนเพชรเกษมจะไปรับน้ำมันที่จังหวัดสงขลา ขณะรถแล่นมาใหล้ที่เกิดเหตุห่างประมาณ 50 เมตร ได้เห็นชายคนหนึ่งถืออาวุธปืนเอ็ม 16 ยืนอยู่เชิงสะพานข้างถนน เมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้ชายคนนั้นได้ยิงปืนมาที่รถของผู้เสียหายถูกกระจกหน้ารถแตกและถูกตัวถังรถด้านข้างและด้านหลัง ผู้เสียหายเร่งเครื่องรถแล่นไปแจ้งความที่ป้อมยามใกล้ที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายที่ยิงตนข้อวินิจฉัยจึงมีว่าผู้เสียหายจำคนร้ายว่าเป็นจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ผู้เสียหายเบิกความว่าได้บอกเจ้าพนักงานตำรวจที่สถานนีตำรวจว่า จำคนร้ายได้โดยร้อยตำรวจโทอาทิตย์เกิดก่อ พนักงานสอบสวนเบิกความรับรอง แต่ผู้เสียหายได้เบิกความในคดีอาญาหมายเลขแดงที่1386/2532 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คดีนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกับจำเลยอื่นอีก 1 คนรวมเป็น4 คน ในข้อหากรรโชกทรัพย์ของนายศุภกิจว่า ที่สถานีตำรวจได้บอกว่าไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิง เพราะไม่ได้สังเกตเนื่องจากตกใจมาก พยานหลักฐานโจทก์ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่1386/2532 ของศาลชั้นต้น ประกอบคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายเอกสารอันดับที่ 101 ในสำนวนนี้ได้ความว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เอารูปของจำเลยที่ 1 ให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายดูแล้วว่าเป็นคนร้าย แต่เมื่อจับจำเลยที่ 1 ได้ ผู้เสียหายว่าคล้ายคนร้ายและไม่แน่ใจว่าเป็นคนร้าย จำเลยที่ 1 ได้ให้การในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.18 ในคดีดังกล่าว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 กับพวกได้มาพักที่บ้านจำเลยที่ 1 และวางแผนไปยิงรถบรรทุกน้ำมันของนายศุภกิจเพื่อข่มขู่ให้เกิดความกลัว เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้ตามคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 ผู้เสียหายได้ชี้ตัวและเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันเพราะเคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ผู้เสียหายได้เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านในคดีดังกล่าวว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้บอกชื่อคนร้ายที่ถูกจับกุมให้ทราบก่อนถึงสถานีตำรวจและนำไปดูตัวคนร้ายแล้วจึงจัดให้ชี้ตัว ผู้เสียหายได้ทราบจากเจ้าพนักงานตำรวจว่า คนร้ายยิ่งรถบรรทุกน้ำมันคือจำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่เชื่อว่าผู้เสียหายจะจำคนร้ายได้ว่าเป็นจำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้วที่ผู้เสียหายเบิกความยืนยันในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นครนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังขับรถด้วยความเร็วสูงถึง 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้เสียหายจึงต้องเพ่งมองไปทางข้างหน้าตลอดเวลา โอกาสที่จะสังเกตจดจำคนร้ายที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ข้างทางจึงมีเพียงน้อยนิด เมื่อคนร้ายยิงมาที่รถบรรทุกน้ำมันผู้เสียหายก็น่าจะตกใจกลัง ต้องเร่งความเร็วสูงขึ้นอีกเพื่อหลบหนีให้พ้น โอกาสที่จะสังเกตจดจำใบหน้าคนร้ายแทบจะไม่มีเลย ตามเหตุการ์ที่เกิดขึ้นผู้เสียหายไม่น่าจะจำได้ว่าคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันคือจำเลยที่ 2 พยานโจทก์นอกจากวินิจฉัยมาแล้วไม่มีพยานปากใดรู้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายอีกโจทก์คงมีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนและภาพถ่ายการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.19 และ จ.9ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1386/2532 ของศาลชั้นต้น โดยไม่มีพยานอื่นประกอบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้าย จึงไม่อาจนำมารับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้และจำเลยที่ 2 ก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันซึ่งผู้เสียหายขับ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด นราธิวาส โจทก์ นาย เด็ง หรือสุดิง แมเราะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นราธิวาส · จำเลย - นาย เด็ง หรือสุดิง แมเราะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536ฎีกา 1473/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ