⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3027/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3027/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่วัตถุออกฤทธิ์ถูกพบในบริเวณที่บุคคลอื่นสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกและไม่มีลักษณะเป็นการซ่อนเร้น อาจทำให้เกิดความสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ การรับสารภาพที่อาจเกิดจากการข่มขู่หรือความสำคัญผิด อาจไม่สามารถนำมาลงโทษจำเลยได้หากยังมีข้อสงสัยตามสมควร

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยพบเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในเล้าหมูข้างบ้านจำเลยแม้เล้าหมูเป็นของจำเลยแต่บริเวณบ้านของจำเลยไม่มีรั้วล้อมและยังมีบ้านของผู้อื่นอีกหลายหลังอยู่ใกล้กับบ้านของจำเลยดังนั้นบุคคลอื่นย่อมสามารถเดินผ่านเข้าออกในบริเวณบ้านของจำเลยได้โดยสะดวกประกอบกับจำเลยไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านโดยลำพังหากแต่พักอาศัยอยู่กับบิดามารดาของจำเลยด้วยนอกจากนี้ยังมีบ้านที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างใกล้ๆกับเล้าหมูทั้งวัตถุออกฤทธิ์ของกลางในเล้าหมูก็ปรากฏเพียงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีแดงวางไว้ที่พื้นเล้าหมูโดยไม่มีสิ่งใดปกปิดสามารถมองเห็นได้โดยง่ายไม่มีลักษณะเป็นการซ่อนเร้นแต่อย่างใดกรณีอาจเป็นของคนงานก่อสร้างบ้านนำมาวางไว้เพื่อเสพในระหว่างทำงานก่อสร้างก็ได้ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุออกฤทธิ์แต่อย่างใดส่วนคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมนั้นจำเลยนำสืบโต้แย้งว่าเหตุที่รับสารภาพเพราะเจ้าพนักงานตำรวจบอกว่าจะจับกุมบิดามารดาไว้ดำเนินคดีซึ่งขณะนั้นบิดามารดาจำเลยไม่อยู่จำเลยไม่ทราบว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนของกลางหรือไม่จึงเกรงว่าบิดามารดาจะเดือดร้อนจึงรับสารภาพประกอบกับจำเลยสำคัญผิดว่าเมื่อเมทแอมเฟตามีนอยู่ในเล้าหมูของจำเลยจำเลยจะต้องรับผิดชอบซึ่งสอดคล้องกับคำให้การในชั้นสอบสวนในวันเดียวกันอันเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่จำเลยถูกจับกุมจึงยังไม่ทันมีเวลาคิดวางแผนการต่อสู้คดีดังนั้นข้อเท็จจริงอาจจะเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ก็เป็นได้เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา227วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ,59, 60, 62, 89, 106 ทวิ, 116 ริบของกลางที่เหลือให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ริบของกลางที่เหลือให้แก่กระทรวงสาธารณสุข โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89, 106 ทวิ จำคุก 6 ปี ริบของกลางที่เหลือให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นยึดได้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 หรือเมทแอมเฟตามีนจำนวน 85 เม็ด ซึ่งอยู่ในเล้าหมูข้างบ้านของจำเลยเป็นของกลางมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายดาบตำรวจวิเชาว์ บุญสอง และสิบตำรวจโทหอมอรชร เบิกความว่าวันเกิดเหตุได้ร่วมกันตรวจค้นบ้านจำเลยพบวัตถุออกฤทธิ์หรือเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ในเล้าหมูใกล้บ้านของจำเลย จำเลยรับว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเพื่อขายและเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเอกสารหมาย ล.2เห็นว่า นายดาบตำรวจวิเชาว์ และสิบตำรวจโทหอม เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยพบวัตถุออกฤทธิ์หรือเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในเล้าหมูข้างบ้านจำเลย แม้เล้าหมูเป็นของจำเลย แต่ก็ได้ความจากนายดาบตำรวจวิเชาว์ สิบตำรวจโทหอม และร้อยตำรวจเอกดำรงค์ ม่วงอยู่พนักงานสอบสวนซึ่งไปตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า บริเวณบ้านของจำเลยไม่มีรั้วล้อม นอกจากบ้านของจำเลยยังมีบ้านของผู้อื่นอีกหลายหลังอยู่ใกล้บ้านกับบ้านของจำเลย ดังนั้น บุคคลอื่นย่อมสามารถเดินผ่านเข้าออกในบริเวณบ้านของจำเลยได้โดยสะดวก ประกอบกับจำเลยไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านโดยลำพัง หากแต่จำเลยพักอาศัยอยู่กับบิดามารดาของจำเลยด้วย นอกจากนี้ ยังมีบ้านที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างใกล้ ๆ กับเล้าหมู ตามภาพถ่ายหมาย จ.6 ภาพแรกทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายหมาย จ.6 ภาพที่สองซึ่งจำเลยและนายดาบตำรวจวิเชาว์ร่วมกันนำชี้วัตถุออกฤทธิ์ของกลางในเล้าหมูก็ปรากฏเพียงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีแดงวางไว้ที่พื้นเล้าหมูโดยไม่มีสิ่งใดปกปิดสามารถมองเห็นได้โดยง่ายไม่มีลักษณะเป็นการซ่อนเร้นแต่อย่างใด กรณีอาจเป็นของคนงานก่อสร้างบ้านนำมาวางไว้เพื่อเสพในระหว่างทำงานก่อสร้างก็ได้ ทั้งไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุออกฤทธิ์แต่อย่างใด ส่วนคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมนั้น จำเลยก็นำสืบโต้แย้งว่า เหตุที่ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เพราะเจ้าพนักงานตำรวจบอกว่าจะจับกุมบิดามารดาไว้ดำเนินคดีซึ่งจำเลยก็ได้ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนในวันเกิดเหตุนั้นเองว่า ของกลางไม่ใช่ของจำเลยเหตุที่รับสารภาพในชั้นจับกุมเพราะขณะที่ถูกตรวจค้นพบของกลางบิดามารดาจำเลยไม่อยู่จำเลยไม่ทราบว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนของกลางหรือไม่ จำเลยเกรงว่าบิดามารดาจะเดือดร้อนจึงรับสารภาพประกอบกับจำเลยสำคัญผิดว่าเมื่อเมทแอมเฟตามีนอยู่ในเล้าหมูของจำเลย จำเลยจะต้องรับผิดชอบตามคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งสอดคล้องกับทางนำสืบของจำเลย เห็นว่า จำเลยให้การในชั้นสอบสวนในวันเดียวกันอันเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่จำเลยถูกจับกุมจึงยังไม่ทันมีเวลาคิดวางแผนการต่อสู้คดี ดังนั้น ข้อเท็จจริงอาจจะเป็นดังที่จำเลยต่อสู้ก็เป็นได้ เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองจำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบของกลางที่เหลือให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3027/2540 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นาย อภิชาติ เสือผู้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นาย อภิชาติ เสือผู้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรักษ์ เอื้ออังกูร · สมชัย สายเชื้อ · ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536ฎีกา 1473/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ