⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3345/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3345/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากคำให้การของพยานและเสริมแต่งข้อสันนิษฐานพยานหลักฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยโดยไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้ง ถือเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งและเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา. "การครอบครอง" ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มีความหมายกว้างกว่า "สิทธิครอบครอง" ตาม ป.พ.พ. โดยรวมถึงการครอบครองเพื่อตนและครอบครองแทนผู้อื่น. การกระทำผิดหลายกรรมต่างกันนั้น พิจารณาจากการกระทำที่ต่างสถานที่และต่างจำนวน.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากคำให้การของพยานและเสริมแต่งข้อสันนิษฐานพยานหลักฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยโดยไม่ได้บรรยายว่านอกเหนือจากคำให้การของพยานในข้อไหนอย่างไร และได้เสริมแต่งให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยอย่างไรเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งทั้งเป็นฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงแตกต่างไปจากศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 "การครอบครอง" ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 หาได้มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า "สิทธิครอบครอง" ตาม ป.พ.พ.ไม่ แต่มีความหมายกว้างกว่าโดยหมายความรวมถึงครอบครองเพื่อตนและครอบครองแทนผู้อื่นด้วย ทั้งนี้เพราะไม่มีบทกฎหมายใดจำกัดว่าต้องเป็นการครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้น การตัดไม้หวงห้ามและมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองในคดีก่อนเป็นการกระทำต่างสถานที่กับคดีนี้ และไม้คนละจำนวนกัน จึงเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484มาตรา 11, 69, 73, 74 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494มาตรา 6 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 9พระราชบัญญัติ ป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 3, 4พระราชกฤษฎีกา กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2505 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ริบของกลาง และนับโทษต่อจากคดีหมายเลขดำที่ 46/2531ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 46/2531 ของศาลชั้นต้นดังกล่าว ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 11 วรรคแรก, 69(2), 73(2) พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 6 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2522 มาตรา 9 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525มาตรา 3, 4 ฐานร่วมกันทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปีฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 5 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ของกลางริบ นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำที่ 46/2531 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 507/2532ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาในประการแรกว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากคำให้การของพยานในคดีและได้เสริมแต่งสันนิษฐานพยานหลักฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยเป็นการวินิจฉัยนอกคำพยานหลักฐาน เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าฎีกาในข้อนี้ของจำเลยหาได้บรรยายให้เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากคำให้การของพยานในคดีในข้อไหนอย่างไร และได้เสริมแต่งสันนิษฐานพยานหลักฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และฎีกาในข้อนี้ของจำเลยกล่าวโดยสรุปก็เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงแตกต่างไปจากที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยฎีกาในประการต่อมาว่า จำเลยครอบครองไม้ไว้ในฐานะลูกจ้างเพื่อนำส่งโรงเลื่อยจักรบำรุงไทยซึ่งเป็นนายจ้าง จำเลยไม่ได้ยึดถือไว้เพื่อตน ย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง จำเลยจึงไม่มีความผิดนั้นเห็นว่า คำว่า "ครอบครอง" ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 นั้นหาได้มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า "สิทธิครอบครอง" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ หากแต่มีความหมายกว้างกว่าโดยหมายความรวมถึงครอบครองเพื่อตนเองและครอบครองแทนผู้อื่นด้วย ทั้งนี้เพราะไม่มีบทกฎหมายใดจำกัดว่าต้องเป็นการครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นจึงจะเป็นความผิด อีกทั้งในทางอาญาการร่วมกันครอบครองไม้หวงห้ามก็เป็นความผิดเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่จำเลยครอบครองไม้ไว้ในฐานะลูกจ้างเพื่อนำส่งโรงเลื่อยจักรบำรุงไทยจึงย่อมเป็นความผิดดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาในประการสุดท้ายว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 507/2532 ที่ศาลให้นับโทษต่อ ขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหานี้ให้จำเลยด้วยนั้น ปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยว่าการที่จำเลยนำคนงานไปตัดไม้มีการตัดไม้นอกเขต น.ส.3 อยู่ 2 รายคือรายของนางบุญ วังหอมกับนายชู ผุยคำพิ จึงเป็นที่เห็นได้ชัดว่าการที่จำเลยทำไม้หวงห้าม และมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองเป็นการกระทำต่างสถานที่กัน และไม้ก็เป็นคนละจำนวนกันการกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้จึงมิใช่เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับคดีหมายเลขแดงที่507/2532 ของศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3345/2535 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ภูเขียว โจทก์ นาย จำนงค์ ภูมิ ประสาท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ภูเขียว · จำเลย - นาย จำนงค์ ภูมิ ประสาท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 2197/2547ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 805/2506ฎีกา 34/2521ฎีกา 1386/2521ฎีกา 203/2511ฎีกา 2632/2529ฎีกา 47/2538ฎีกา 1632/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ