⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 942-943/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942-943/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละสิทธิครอบครองทรัพย์สินที่ไม่ได้จดทะเบียน อาจมีผลผูกพันคู่สัญญา แม้สัญญาหลักจะเป็นโมฆะก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาขายฝากที่ดินมือเปล่าโดยมิได้จดทะเบียนและผู้ขายมอบนาให้ผู้ซื้อทำกินโดยมีข้อตกลงว่า ถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด 3 เดือน ให้ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อโดยผู้ขายไม่เกี่ยวข้องต่อไป ดังนี้ ถึงแม้สัญญาขายฝากจะเป็นโมฆะ แต่ก็ยังถือได้ว่าผู้ขายได้สละสิทธิครอบครองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว ผู้ซื้อย่อมได้สิทธิครอบครองตั้งแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว และกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ให้กู้ยอมรับเอาทรัพย์สินอย่างอื่นแทนจำนวนเงินที่กู้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินมือเปล่ามี ส.ค.1 ชื่อนายเล็นสามีจำเลยซึ่งตายแล้ว และจำเลยรับมรดกไว้กับโจทก์เป็นเงิน 6,000 บาท มีกำหนด 3 เดือน ถ้าไม่ไถ่ตามกำหนด ให้นาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แต่ไม่ได้จดทะเบียน จำเลยมอบนาให้โจทก์ทำกินแล้วไม่ไถ่คืนภายในกำหนด โจทก์ให้น้องภรรยาโจทก์เอาเงินไปเพิ่มให้จำเลย 4,000 บาท จำเลยรับไว้แล้ว แต่จะเอานาคืน จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองนาตามฟ้อง ให้เพิกถอนชื่อนายเล็นออกจาก ส.ค.1 จำเลยให้การว่า ทำสัญญากู้เงินโจทก์ 6,000 บาท แล้วมอบนาพิพาทให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย ไม่ใช่การขายฝาก โจทก์ครอบครองนาพิพาทแทนจำเลยแม้พ้นกำหนด 3 เดือน จำเลยยังไม่สละการครอบครอง ข้อตกลงล่วงหน้าที่ว่าถ้าไม่ไถ่ภายในกำหนด ให้นาพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เป็นการเอาทรัพย์สินอย่างอื่นชำระหนี้แทนเงิน เมื่อไม่คำนึงถึงราคานาพิพาท ย่อมเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า โจทก์กู้เงินจำเลย 6,000 บาทและมอบนาแปลงหนึ่งให้ทำกินต่างดอกเบี้ย ครั้นโจทก์นำเงิน 6,000 บาทไปใช้หนี้จำเลยเพื่อนำไปแบ่งขายให้นายเพื่อมตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายนาท้ายฟ้อง จำเลยไม่รับชำระหนี้ และไม่คืนนา โจทก์ต้องคืนเงินมัดจำและเสียค่าปรับให้นายเพื่อม 5,000 บาท ขอให้จำเลยรับเงินจากโจทก์ 6,000 บาทแล้วคืนนาให้โจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ขายฝากนาพิพาทไว้กับจำเลยโจทก์ขอรับเงินจากจำเลยเพิ่ม 4,000 บาท และรับไปแล้ว นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า แม้ไม่ได้จดทะเบียน แต่โจทก์ได้สละการครอบครองให้จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของเกินหนึ่งปีแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ค่าเสียหายของโจทก์สูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง ถ้าจำเลยต้องคืนนาให้โจทก์ก็ขอให้โจทก์คืนเงิน 10,000 บาทให้จำเลย โจทก์ไม่ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง จำเลยมิได้ขอให้ศาลสั่งว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง และศาลมิได้สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะฟ้องแย้งคงพิจารณารวมกันมา ศาลชั้นต้นให้เรียกนายหมัดว่าโจทก์ และให้เรียกนางหยำว่าจำเลย เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยแถลงรับว่าจำเลยทำหนังสือสัญญาตามสำเนาท้ายฟ้องกับโจทก์จริง ข้อความในสัญญาฉบับนี้ถูกต้องจำเลยมอบนาพิพาทให้โจทก์ไว้ทำกินต่างดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่เหลือและพยานจำเลย แล้วพิพากษาว่าสัญญาขายฝากแม้ไม่ได้จดทะเบียน แต่นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าจำเลยสละการครอบครองแต่วันพ้นกำหนดไถ่ โจทก์มีสิทธิครอบครองให้เพิกถอนชื่อนายเล็นออกจาก ส.ค.1 แล้วใส่ชื่อโจทก์แทน ให้ยกฟ้องจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าสัญญาขายฝากไม่ได้จดทะเบียนเป็นโมฆะแต่เข้าแบบนิติกรรมอย่างอื่น จึงสมบูรณ์ในฐานะเป็นสัญญากู้เงินนาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยแสดงเจตนาสละการครอบครองไว้ล่วงหน้า และได้โอนการครอบครองให้โจทก์เข้าครอบครองเป็นเจ้าของมาเกินหนึ่งปีแล้ว โจทก์ได้สิทธิครอบครอง พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาตามสำเนาท้ายฟ้องเป็นสัญญาขายฝากแม้จะเป็นโมฆะเพราะมิได้จดทะเบียนก็ตาม แต่คู่กรณีได้แสดงเจตนาผูกพันกันตามสัญญาข้อ 4 และข้อ 5 ว่า ถ้าจำเลยไม่ไถ่ภายในกำหนด 3 เดือนโจทก์มีกรรมสิทธิ์ และจำเลยไม่เกี่ยวข้อง เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยได้สละสิทธิครอบครองไว้ล่วงหน้าโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว โจทก์ได้ยึดถือครอบครองนาพิพาทโดยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่วันพ้นกำหนด 3 เดือน โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองตั้งแต่วันนั้นแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิเรียกนาพิพาทคืน แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิกถอนชื่อนายเล็นออกจาก ส.ค.1 นาพิพาทแล้วใส่ชื่อโจทก์แทน โดยถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ครอบครองนาพิพาทในวันที่นายเล็นแจ้ง ส.ค.1 การเพิกถอนชื่อนายเล็นออกจาก ส.ค.1 แล้วใส่ชื่อโจทก์แทนย่อมขัดต่อความจริง และคดีนี้ไม่จำต้องเพิกถอนชื่อนายเล็นออกจาก ส.ค.1 แล้วใส่ชื่อโจทก์แทนด้วย พิพากษาแก้ให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อที่ขอให้เพิกถอนชื่อนายเล็นออกจาก ส.ค.1 แล้วใส่ชื่อโจทก์แทน และคำขอที่ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยในการเพิกถอนชื่อ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942 - 943/2515 นายหมัด สุริยะ โจทก์ นางหยำ ดาขรี จำเลย นางหยำ ดาขรี โจทก์ นายหมัด สุริยะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหมัด สุริยะ · จำเลย - นางหยำ ดาขรี · โจทก์ - นางหยำ ดาขรี · จำเลย - นายหมัด สุริยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 170/2497ฎีกา 770/2535ฎีกา 5317/2538ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 3345/2535ฎีกา 194/2543ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 6848/2540ฎีกา 4832/2536ฎีกา 1657/2503ฎีกา 805/2506ฎีกา 1611/2497ฎีกา 1008/2510ฎีกา 3297/2534ฎีกา 2487/2535ฎีกา 7/2539ฎีกา 1557/2524ฎีกา 476/2483ฎีกา 279/2500ฎีกา 1157/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา