⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 805/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2506

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจำนองที่ดินมือเปล่าพร้อมด้วยโรงเรือนไว้กับโจทก์เป็นการประกันหนี้ ต่อโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกร้องให้ชำระหนี้และให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดเอาเงินไปชำระหนี้ ในที่สุดทำยอมความโดยจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ ครั้นผิดนัดโจทก์จึงนำยึดทรัพย์จำนองเพื่อบังคับคดี ดังนี้ แม้ภายหลังการจำนองและก่อนโจทก์ฟ้องจำเลย จำเลยจะได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ให้แก่ผู้ร้อง และได้สละสิทธิ์ให้ผู้ร้องยึดถือไว้แล้วก็ตาม ก็ไม่ทำให้สิทธิได้รับชำระหนี้ของโจทก์จากทรัพย์พิพาทหมดไป ผู้ร้องจะร้องขัดทรัพย์หาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลยอมชำระเงินแก่โจทก์แล้วผิดนัด โจทก์จึงนำที่ดิน ๑ แปลงพร้อมด้วยโรงเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้น ๑๐ หลัง เพื่อบังคับคดี ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าเฉพาะที่ดินกับโรงเรือน ๓ ห้องเป็นของผู้ร้อง โดยจำเลยขายให้และผู้ร้องครอบครองมาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว โจทก็คัดค้านว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดนี้จำเลยได้จดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ การซื้อขายระหว่างจำเลยและผู้ร้องไม่ได้จดทะเบียน เป็นโมฆะ ในชั้นพิจารณา คู่กรณีรับข้อเท็จจริงกับ+ไม่สืบพยาน ว่าที่ดินของจำเลยที่มีโรงเรือน ๓ หลังนั้นปลูกอยู่เป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ และทรัพย์ที่ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์นี้จำเลยได้จำนองไว้กับโจทก์ก่อนที่จำเลยทำสัญญากันเองขายให้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าที่ดินนี้ไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ซื้อย่อมได้สิทธิครอบครองตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗,๑๓๗๗,๑๓๗๘ เมื่อโจทก์นำยึด ทรัพย์พิพาทจึงไม่ใช่เป็นของจำเลยเสียแล้ว พิพากษาให้ถอนการยึดทรัพย์ที่ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์ไม่เกินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ในการนี้จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจดทะเบียนต่ออำเภอจำนองที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างที่ยึดนี้ไว้แก่โจทก์เป็นประกันเงินกู้ด้วย ต่อมาเมื่อ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓ ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยได้ทำหนังสือสัญญากันเองกับผู้ร้องขายที่ดินกับโรงเรือน ๓ หลังรายพิพาทให้แก่ผู้ร้อง และจำเลยได้สละสิทธิที่ดินและเรือนให้ผู้ร้องยึดถือได้แล้วแต่วันทำสัญญา เห็นว่า การที่จำเลยได้จำนองทรัพย์รายพิพาทแก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีทรัพย์สิทธิเหนือทรัพย์รายนี้ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๒ ก็บัญญัติไว้ว่าผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ มิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนโปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่ ฉะนั้น แม้ภายหลังการจำนอง ผู้ร้องจะได้กรรมสิทธิ์หรือได้สิทธิครอบครองโดยการโอนทรัพย์ก็ดี ก็ไม่ทำให้สิทธิได้รับชำระหนี้ของโจทก์จากทรัพย์พิพาทหมดไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2506 บริษัทธนาคารมณฑล จำกัด สาขาภูเก็ต โดยนายสุวิทย์ ฉางทองคำ ฯ โจทก์ นายนิกร แซ่หลิม ล. นายรูเลีย สิงค์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความสาขาภูเก็ต - บริษัทธนาคารมณฑล จำกัด · โจทก์ - โดยนายสุวิทย์ ฉางทองคำ ฯ · ล. - นายนิกร แซ่หลิม · ผู้ร้อง - นายรูเลีย สิงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายอารี กำเนิดงาม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถวุฒิวร+าจก์.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1536/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 817/2490ฎีกา 1247/2510ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1492/2510ฎีกา 5640/2541ฎีกา 541/2509ฎีกา 1922/2522ฎีกา 5423/2553ฎีกา 6163/2537ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา