⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2938/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2938/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินโดยมีเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเองเท่านั้น จึงจะถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ได้ หากครอบครองแทนผู้อื่น แม้จะครอบครองเกินหนึ่งปี ก็ไม่ถือว่าได้สิทธิ์ครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทติดกับที่นาที่โจทก์เช่าจากจำเลย และอยู่ในเขตที่ดินตามเอกสารการครอบครองที่ดินของจำเลยด้วย โจทก์ได้แผ้วถางที่พิพาทแสดงการยึดถือเอาเองเป็นปรปักษ์ต่อสิทธิ์ครอบครองของจำเลย จำเลยจึงไปร้องเรียนต่ออำเภอ นายอำเภอเปรียบเทียบให้ที่ดินเฉพาะที่ปรากฏตามแบบสำรวจเนื้อที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ของจำเลย ซึ่งมีที่พิพาทรวมอยู่ด้วยเป็นของจำเลย แต่โจทก์ก็ยังมิได้ส่งมอบเพราะครอบครองอยู่ตั้งแต่เช่า ดังนี้ถือได้ว่าที่โจทก์ครอบครองต่อมานั้น เป็นการครอบครองแทนจำเลยระหว่างรอการส่งมอบ หาใช่ครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนไม่ แม้จะครอบครองมาเกินหนึ่งปี ก็ไม่ได้สิทธิ์ครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีที่นา ๑ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๑๓ ไร่ โจทก์บุกเบิกก่อสร้างทำประโยชน์มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ เมื่อเดือน ๑๒ พ.ศ. ๒๕๑๖ โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งสองขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินของตน วัดพื้นที่ครอบมาถึงที่นาของโจทก์ด้วย โจทก์บอกกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยแก้ไขหนังสือรับรองการทำประโยชน์เสียให้ถูกต้องโดยตัดส่วนที่ครอบถึงที่ดินโจทก์ออก หรือใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ด้วยโดยแบ่งที่ดินกันตามส่วนที่แต่ละคนเป็นเจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท ที่พิพาทเดิมเป็นของนายหินบิดาของนางชินภรรยาของจำเลยที่ ๑ นายหินยกให้นางชิน นางชินกับจำเลยที่ ๑ ครอบครองนาพิพาทมา ๑๕ ปีเศษ นางชินได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๒ โจทก์เคยเช่านาพิพาทจากนางชินทั้งแปลง แต่ให้ค่าเช่าปีเดียว นางชินไปร้องต่อนายอำเภอ ในที่สุดนางชินยอมสละค่าเช่า ให้โจทก์เลิกทำนาต่อไป ปี ๒๕๑๓ ถึงปี ๒๕๑๖ จำเลยที่ ๑ ให้ผู้อื่นเช่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทติดกับนาที่โจทก์เช่าจากจำเลยที่ ๑ ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินตามเอกสารการครอบครองที่ดินของจำเลยที่ ๑ โจทก์แผ้วถางที่พิพาทแสดงการยึดถือเอาเอง เป็นปรปักษ์ต่อสิทธิ์ครอบครองของจำเลย จำเลยจึงไปร้องเรียนต่ออำเภอ นายอำเภอเปรียบเทียบให้ที่ดินเฉพาะที่ปรากฏตามแบบสำรวจเนื้อที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ของจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีที่พิพาทรวมอยู่ด้วยเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่โจทก์ก็ยังมิได้ส่งมอบเพราะครอบครองอยู่ตั้งแต่เช่า วินิจฉัยว่า ถือได้ว่าที่โจทก์ครอบครองต่อมานั้น เป็นการครอบครองแทนจำเลยที่ ๑ ระหว่างรอการส่งมอบ หาใช่ครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนไม่ แม้โจทก์จะครอบครองที่พิพาทมาเกินหนึ่งปี โจทก์ก็หาได้สิทธิ์ครอบครองไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2938/2519 นายบิ้ง สร้อยสันเทส โจทก์ นายอ่อน ล้อประโคน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบิ้ง สร้อยสันเทส · ล. - นายอ่อน ล้อประโคน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายจิตต์ ญาณะจารี · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 805/2506ฎีกา 663/2488ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 4817/2533ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 8604/2544ฎีกา 713/2508ฎีกา 7/2539ฎีกา 671/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา