⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4817/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะพิพากษาให้ไถ่ถอนจำนองได้ ก็ต่อเมื่อผู้รับจำนองถูกฟ้องเข้ามาในคดีด้วย.

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอดจากการจำนอง ถ้าโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยศาลไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนสิทธิของผู้รับจำนองได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 โจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) เลขที่ 1422, 1423 และ 1424 ตำบลวังสำโรงอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เฉพาะส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองให้แก่เจ้าหนี้ ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเพิกถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินทั้งหมดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมด้วยคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิในที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองให้ปลอดจำนอง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสามออก น.ส. 3 ก.ทับที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองแล้วนำไปจำนองประกันหนี้แก่บุคคลอื่น ที่โจทก์ทั้งสองมีคำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอกจากการจำนองนั้น เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยจึงไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้รับจำนองได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817/2533 นาย เสมียน อ่ำ สำโรง กับพวก โจทก์ นาง สมัย อ่ำ สำโรง หรือ แท่ง ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เสมียน อ่ำ สำโรง กับพวก · จำเลย - นาง สมัย อ่ำ สำโรง หรือ แท่ง ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 977/2543ฎีกา 795/2543ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1536/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา