⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6105/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6105/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่ทรัพย์สินสูญหายในโรงแรมของจำเลย แม้จะระบุฐานความผิดเป็นละเมิด แต่หากได้บรรยายถึงสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาไว้ชัดเจนแล้ว ฟ้องนั้นไม่ถือว่าเคลือบคลุม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้เช่าห้องพักในโรงแรมของจำเลยได้จอดรถยนต์ซึ่งมีสินค้าร่มชนิดต่าง ๆ ไว้ในบริเวณโรงแรม จำเลยมีหน้าที่ต้องดูแลทรัพย์สินของโจทก์ ต่อมารถยนต์ของโจทก์ถูกงัดและร่มในรถยนต์หายไป ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย คำฟ้องดังกล่าวได้บรรยายโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง แม้โจทก์จะระบุในช่องข้อหาหรือฐานความผิดมาเป็นเรื่องละเมิด ก็ไม่ทำให้สาระในคำฟ้องเปลี่ยนไป ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ระหว่างโจทก์กับผู้เข้ามาพักในโรงแรมของจำเลยก็เป็นเพียงรายละเอียดที่ไม่ จำต้องบรรยายมาในคำฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เช่าห้องพักในโรงแรมของจำเลย จำเลยให้โจทก์นำรถยนต์ซึ่งมีร่มชนิดต่าง ๆ อยู่ในรถไปจอดไว้ในบริเวณโรงแรมของจำเลยซึ่งจำเลยรับภาระดูแลทรัพย์สินดังกล่าวให้โจทก์ในระหว่างที่พักอยู่ใน โรงแรม ต่อมารถคันดังกล่าวถูกงัดและทรัพย์ในรถหายไปรวมราคา ๓๐,๓๔๐ บาท จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องทรัพย์สินที่สูญหายไม่ได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย ทั้งรถมิได้จอดอยู่ในบริเวณโรงแรมของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๓๐,๓๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกามีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ระบุข้อหาละเมิด แต่กลับบรรยายฟ้องเกี่ยวโยงไปถึงเจ้าสำนักโรงแรม และโจทก์มิได้บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับนายราเชน วงศ์ปรานี ซึ่งเป็นผู้เข้าพักในโรงแรมเห็นว่าฟ้องโจทก์มีใจความว่า โจทก์ได้เช่าห้องพักในโรงแรมของจำเลย ได้จอดรถยนต์ซึ่งมีสินค้าร่มชนิดต่าง ๆ ไว้ในบริเวณโรงแรมของจำเลย จำเลยมีหน้าที่ต้องดูแลทรัพย์สินของโจทก์ในระหว่างที่พักอยู่ในโรงแรมของจำเลย ต่อมารถยนต์ของโจทก์ถูกงัดและร่มชนิดต่าง ๆในรถยนต์หายไป ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน ๓๐,๓๔๐ บาท โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบและได้ทวงถามให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสองแม้โจทก์จะระบุในช่องข้อหาหรือฐานความผิดมาเป็นเรื่องละเมิด ก็ไม่ทำให้สาระในคำฟ้องเปลี่ยนไป ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับผู้เข้ามาพักในโรงแรมของจำเลยนั้นก็เป็นเพียงรายละเอียดที่ไม่จำร้องบรรยาย มาในคำฟ้องดังนั้นฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6105/2531 บริษัทเอกไพบูลย์อุตสาหกรรม จำกัด โจทก์ บริษัทขอนแก่นแกรนด์เทรดดิ้ง จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอกไพบูลย์อุตสาหกรรม จำกัด · ล. - บริษัทขอนแก่นแกรนด์เทรดดิ้ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายนิยุติ สุภัทรพาหิรผล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537ฎีกา 6565/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา