⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 541/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2509

ป.พ.พ. ม.37, 38, 138 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.183, 249, 287 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกู้ยืมเงินของภริยาเป็นหนี้ส่วนตัวที่ภริยาต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัว 2. โจทก์มีสิทธิยึดสินสมรสเพื่อบังคับคดีแก่จำเลยที่เป็นลูกหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ภริยาไปกู้ยืมเงินบุคคลภายนอกมิได้เป็นนิติกรรมที่ภริยาทำขึ้นผูกพันสินบริคณห์โดยเฉพาะ เพราะไม่ได้เป็นนิติกรรมในการจัดการหรือจำหน่ายสินบริคณห์ แต่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงินจึงไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะบังคับตาม ป.พ.พ.มาตรา 38 และ 138 แม้สามีจะบอกล้างแล้ว ภริยาก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา 37 และ 1479 เมื่อปรากฏว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย และจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ก็มีสิทธิยึดได้ ผู้ร้องจะมาร้องขัดทรัพย์เพื่อให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้ ถ้าหากผู้ร้องถือว่าคนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาท ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนได้ของตนออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1479 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามหนังสือสัญญากู้ ต่อมาตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์ ครบกำหนด จำเลยไม่ใช้ โจทก์จึงนำยึดที่ดินแปลงหนึ่งอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าจำเลยเป็นภริยาผู้ร้องก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์รายนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง ๆ เพิ่งทราบเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมการกู้ยืมนั้นแล้ว จึงเป็นโมฆะ ส่วนที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรส จำเลยไม่มีสินเดิม จึงไม่มีสิทธิมีส่วนในสวนพิพาทโจทก์จะบังคับเอาไปชำระหนี้ไม่ได้ โจทก์ให้การว่า สวนพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลย ๆ กับผู้ร้องขาดจากการเป็นสามีภริยากันแล้ว จำเลยครอบครองสวนพิพาทตลอดมา ผู้ร้องไม่เคยบอกล้างนิติกรรมสัญญากู้กับโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องกับจำเลยยังเป็นสามีภริยากัน สวนพิพาทผู้ร้องกับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน ข้อที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยไม่มีส่วนได้ในสินสมรสเพราะไม่มีสินเดิมนั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องได้บอกล้างนิติกรรมแล้ว ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเลยไปถึงเรื่องสินส่วนตัวของจำเลยที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาเห็นว่า นิติกรรมการกู้ยืมเงินรายนี้มิได้เป็นนิติกรรมที่จำเลยทำขึ้นผูกพันสินบริคณห์โดยเฉพาะ เพราะไม่ได้เป็นนิติกรรมในการจัดการหรือจำหน่ายสินบริคณห์ หากแต่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงิน จึงไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘ และมาตรา ๑๓๘ แม้ผู้ร้องจะบอกล้างแล้ว จำเลยก็ยังต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา ๓๗ และมาตรา ๑๔๗๙ ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา การวินิจฉัยเช่นนี้ก็เพื่อแสดงว่าการบอกล้างนิติกรรมของผู้ร้องมิได้ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดไปอย่างใด หาเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ คดีนี้ผู้ร้องมิได้กล่าวอ้างและนำสืบแสดงว่าจำเลยมีสินส่วนตัวที่โจทก์จะบังคับชำระหนี้ก่อนได้ คดีจึงไม่ปรากฏว่าจำเลยมีสินส่วนตัว ฉะนั้น ผู้ร้องจะอ้างว่าสินบริคณห์ส่วนของจำเลยไม่อยู่ในบังคับที่โจทก์จะเอาไปชำระหนี้ได้ตามมาตรา ๑๔๗๙ เพราะโจทก์จะต้องเอาชำระจากสินส่วนตัวของจำเลยก่อนนั้นหาได้ไม่ เมื่อทรัพย์รายพิพาทปรากฏว่าเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย และจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ก็มีสิทธิยึดได้ ผู้ร้องจะมาร้องขัดทรัพย์เพื่อให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้ ถ้าหากผู้ร้องถือว่าตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาท ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนได้ของตนออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๗ ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่าจำเลยไม่มีทุนสินเดิม จึงไม่มีส่วนในสินสมรสนั้น ผู้ร้องมิได้ยกขึ้นกล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2509 นายเทพ คงบุญมี โจทก์ นายแจะ สุดากุล จำเลย นายเกลื่อน สุดากุล ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทพ คงบุญมี · จำเลย - นายแจะ สุดากุล · ผู้ร้อง - นายเกลื่อน สุดากุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - หม่อมราชวงศ์ พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6306/2551ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1776/2512ฎีกา 3231/2557ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1079/2497ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 3745/2530ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1123/2487ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา