⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3745/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2530

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากันได้ร่วมกันประกอบอาชีพจัดสรรที่ดินและสร้างตึกแถวขาย หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเกิดจากจำเลยผิดสัญญาขายที่ดินพร้อมตึกแถวที่จำเลยเป็นผู้จัดสรรดังกล่าวให้แก่โจทก์ จึงเป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490 และมีผลให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้จากสินสมรสและสินส่วนตัวได้ตามมาตรา 1489 โจทก์ชอบที่จะบังคับชำระหนี้จากสินสมรสได้ทั้งหมด ผู้ร้องไม่มีสิทธิกันส่วนของตนไว้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1489 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ไปไถ่ถอนจำนองแล้วโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๑๔๘๒, ๘๑๔๘๓ พร้อมตึกแถวให้โจทก์ถ้าไม่สามารถโอนได้ ให้ชำระเงิน ๔๘๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและได้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๑๙๘๗ พร้อมบ้าน รวมราคา ๔๕๕,๐๐๐ บาท นางสุวรรณา มุ่งงานดี ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินและบ้านที่โจทก์นำยึด เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ จึงขอให้กันส่วนของผู้ร้องออกเสีย โจทก์คัดค้านว่า หนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้อง ผู้ร้องต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาต่อไปของผู้ร้องว่า หนี้ตามที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ไม่ใช่หนี้ร่วม โจทก์จะบังคับชำระหนี้เอากับโฉนดที่ดินและบ้านดังกล่าวอันเป็นสินสมรสไม่ได้ ปัญหานี้ ผู้ร้องเบิกความว่า หนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ เป็นหนี้ส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ ไม่เกี่ยวกับผู้ร้อง แต่ผู้ร้องมิได้มีพยานอื่นสนับสนุนคำเบิกความของตน ฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่า จำเลยที่ ๑ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินและปลูกสร้างตึกแถวแบ่งขาย มีกิจการอยู่ที่หมู่บ้านสวนมหาวงษ์ และแถวถนนพัฒนาการ เคยเห็นผู้ร้องช่วยจำเลยที่ ๑ ขายตึกแถวและที่ดิน ผู้ร้องไม่ได้ประกอบอาชีพอื่น และมีคำของผู้ร้องสนับสนุนตอนตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่าจำเลยที่ ๑ มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๑๙๘๗ และที่ดินอื่นอีกหลายแปลง ซึ่งที่ดินที่จำเลยที่ ๑ มีชื่อถือกรรมสิทธิ์นั้น จำเลยที่ ๑ ได้นำไปลงทุนปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ขายให้แก่บุคคลอื่น จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องร่วมกันประกอบอาชีพจัดสรรที่ดินและสร้างตึกแถวขาย เมื่อหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้เกิดจากจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๑๔๘๒, ๘๑๔๘๓ พร้อมตึกแถวที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดสรรดังกล่าวให้แก่โจทก์ จึงเป็นหนี้ร่วม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๙๐ และมีผลให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้จากสินสมรสและสินส่วนตัวได้ตามมาตรา ๑๔๘๙ ดังนั้นผู้ร้องต้องยอมให้โจทก์บังคับชำระหนี้ได้ทั้งหมดตามกฎหมายดังกล่าว ไม่มีสิทธิกันส่วนของตนไว้แต่ประการใด ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2530 นายผจญ วิเศษธนากร โจทก์ นางสุวรรณา มุ่งงานดี ผู้ร้อง นายวิศิษฎ์ มุ่งงานดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผจญ วิเศษธนากร · ผู้ร้อง - นางสุวรรณา มุ่งงานดี · จำเลย - นายวิศิษฎ์ มุ่งงานดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชลอ ทองแย้ม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1166/2492ฎีกา 2617/2524ฎีกา 2883/2528ฎีกา 4134/2541ฎีกา 8870/2550ฎีกา 6306/2551ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 1924/2523ฎีกา 2836/2566ฎีกา 3766/2545ฎีกา 3803/2565ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1767/2527ฎีกา 716/2539ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 1697/2538ฎีกา 1387/2541ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2955/2548ฎีกา 1150/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา