คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5390/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสมีสิทธิขอกันส่วนในเงินที่นำมาชำระหนี้แทนจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าของรวมได้กึ่งหนึ่ง
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน4,473,237.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาด ป.เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ซึ่งศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 โอนกรรมสิทธิที่ดินแปลงที่โจทก์นำยึดให้แก่ ป.และรับเงินจำนวน 5,789.303.39 บาท ตามสัญญาจะซื้อขาย ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาวางต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อนำไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์แทนจำเลยที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้ร้องผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอกันส่วนในเงินที่ ป.นำมาวางแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้กึ่งหนึ่งในฐานะเจ้าของรวม สิทธิขอกันส่วนของผู้ร้องมิใช่มีแต่กรณีบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ผู้ร้อง - นางจลนา สุพรรณธะริดา · จำกัด - บริษัทเสรีเคมีเกษตร · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนพ กีรติยุติ · จำลอง สุขศิริ · สมบัติ เดียวอิศเรศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอนันต์ ไชยถาวร · ศาลอุทธรณ์ - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา