⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 679/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2532

ป.พ.พ. ม.1471, 1474, 1490

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้รับมาโดยเสน่หาในระหว่างสมรส ถือเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น ที่ดินที่ได้รับมาระหว่างสมรสโดยที่ไม่ได้ระบุว่ายกให้แก่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ผู้เดียว หรือให้แก่ทั้งสองฝ่าย ถือเป็นสินสมรส การกระทำละเมิดของคู่สมรสฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะตัว ไม่ถือเป็นหนี้ร่วมที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับผิด เว้นแต่การกระทำนั้นจะเกี่ยวข้องกับกิจการอันจำเป็นในครอบครัว หรือเกิดจากการงานที่ทำร่วมกันในฐานะสามีภริยา

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินที่จำเลยได้รับมาหลังจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ ตรวจ ชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ใช้ บังคับแล้ว แม้จำเลยกับผู้ร้องจะสมรสกันก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ที่ได้ ตรวจ ชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ใช้ บังคับ ก็ยังต้อง นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ได้ ตรวจ ชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙มาใช้ บังคับ เมื่อจำเลยฝ่ายเดียวได้ ที่ดินดังกล่าวมาระหว่างสมรสโดย การยกให้โดยเสน่หา จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๑(๓) สำหรับที่ดินที่จำเลยได้รับมาระหว่างสมรส ซึ่ง ไม่ปรากฏว่าบิดายกให้จำเลยแต่ผู้เดียวหรือให้ผู้ร้องด้วย จึงต้อง เป็นไปตาม บทสันนิษฐานของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔ ตอน ท้ายที่ให้ถือว่าเป็นสินสมรส ที่ดินดังกล่าวย่อมเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔(๑) การร่วมกันกระทำละเมิดเป็นหนี้ร่วมธรรมดา โจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยด้วย ย่อมจะบังคับคดีให้กระทบกระทั่งถึง สิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่เหนือสินสมรสมิได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ ทั้งการทำละเมิดของจำเลยก็เป็นการเฉพาะตัว ของผู้กระทำโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการอันจำเป็นในครอบครัว หรือเกี่ยวข้องกับสินสมรสหรือเกิดจากการงานที่ผู้ร้องกับจำเลยทำด้วยกันในฐานะ ที่เป็นสามีภริยากันจึงไม่เป็นหนี้ร่วมตาม นัยมาตรา ๑๔๙๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้ร้องไม่ต้องผูกพันในมูลหนี้ดังกล่าว และมีสิทธิร้องขอกันส่วนของตนได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 →

รายละเอียดคดี

คู่ความมณีรัตน์. - โจทก์ นาย เพียร · ทองเอื้อ. - ผู้ร้อง นาง แก่น · ทองเอื้อ. - จำเลย นาย จิตร หรือ จิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 3803/2565ฎีกา 9577/2552ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 3745/2530ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3139/2537ฎีกา 1480/2563ฎีกา 4832/2536ฎีกา 3574/2541ฎีกา 3801/2565ฎีกา 3601/2542ฎีกา 1141/2540ฎีกา 12346/2558ฎีกา 3392/2548ฎีกา 7631/2552ฎีกา 5390/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา