คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2618/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่ก่อให้เกิดขึ้นก่อนสมรส ไม่ถือเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนสมรสเมื่อ พ.ศ.2520 แต่อยู่กินกันมาประมาณ 30 ปีแล้ว จำเลยกับผู้ร้องร่วมกันสร้างบ้านพิพาทก่อนจดทะเบียนสมรส จึงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง และถือว่าเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องครึ่งหนึ่ง หนี้ตามฟ้องจำเลยก่อให้เกิดขึ้นก่อนสมรส จึงมิใช่เป็นหนี้ร่วมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1490(4) ผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด บ้านพิพาทได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้กันส่วนเงินที่ขายทอดตลาดบ้านให้แก่ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดบ้านที่โจทก์นำยึดหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องกับจำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2520 แต่อยู่กินกันมาประมาณ 30 ปีแล้ว บ้านพิพาทจำเลยกับผู้ร้องร่วมกันสร้างก่อนจดทะเบียนสมรส จึงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่งและถือได้ว่าบ้านพิพาทเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้องครึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471(1) อนึ่งหนี้ตามฟ้องจำเลยก่อให้เกิดขึ้นก่อนสมรส จึงมิใช่เป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490(4) ดังนั้น ผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดบ้านพิพาทได้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2618/2524
นางนิลพัตร์ สมงาม โจทก์
นางทิ้ง หงษ์เวียงจันทร์ จำเลย
นายสู่ หงษ์เวียงจันทร์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนิลพัตร์ สมงาม · จำเลย - นางทิ้ง หงษ์เวียงจันทร์ · ผู้ร้อง - นายสู่ หงษ์เวียงจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา