⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1837/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2531

ป.อาญา ม.81, 83, 288 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกับพวกผลัดกันใช้อาวุธปืนของกลาง ถือว่าร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพกพาโดยไม่ได้รับอนุญาต และการกระทำของจำเลยที่พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ถือเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยที่ใช้ในการกระทำผิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับ ร. ขู่บังคับผู้เสียหายให้ยอมร่วมประเวณีโดยจำเลยใช้อาวุธปืนไม่มีทะเบียนของจำเลยจี้ผู้เสียหาย เมื่อสามีผู้เสียหายไปตามพลตำรวจ ส. มาจับกุม ส. เอาปืนดังกล่าวจากเอว ร. มาเก็บไว้โดยถอดกระสุนปืนออกหมดแล้วจำเลยเข้าแย่งเอาปืนคืนจาก ส. ยกขึ้นจ้องยิงที่หน้าอก ส. ดังแชะสามครั้ง ดังนี้พฤติการณ์ที่จำเลยกับ ร. ผลัดกันใช้อาวุธปืนของกลางเช่นนี้ถือว่าร่วมกันมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองและพกพาโดยไม่ได้รับอนุญาต และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยที่ใช้ในการกระทำผิดอีกกระทงหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.81 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.81 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๑, ๘๓, ๙๑, ๒๘๔, ๒๘๘, ๒๘๙ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๑, ๒๘๘, ๒๘๙ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ข้อหาพยายามฆ่าให้ลงโทษจำคุก ๒๕ ปี ข้อหามีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี ข้อหาพกพาอาวุธปืนจำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๒๖ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เป็นอันยุติ ส่วนความผิดฐานอื่นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกับนายระวีถูกจับกุมพร้อมด้วยอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางในวันเกิดเหตุที่เกิดเหตุด้วยกันนายระวีถูกแยกฟ้องต่างหากและศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ คดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว จำเลยซึ่งแต่งเครื่องแบบทหารพรานและเมาสุรามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน ๒ ครั้ง ครั้งแรกใช้ขู่บังคับผู้เสียหายเพื่อให้ยอมไปร่วมประเวณี ครั้งหลังใช้ยิงพลตำรวจสุริยัน โดยครั้งแรกจำเลยเป็นคนใช้อาวุธปืนพกจี้ที่หน้าอกผู้เสียหาย นายระวีเป็นคนรัดคอ ในครั้งที่สองเมื่อพลตำรวจสุริยันกับนายคำตาออกติดตามพบจำเลยกับนายระวีแล้วพลตำรวจสุริยันได้เอาอาวุธปืนของกลางมาจากนายระวี มาเก็บพกไว้ที่เอว จำเลยเข้ามาขออาวุธปืนคืน พลตำรวจสุริยันไม่ยอมคืนให้ พลตำรวจสุริยันเอากระสุนปืนออกจำเลยพยายามเข้าไปหาพลตำรวจสุริยันเพื่อขออาวุธปืนคืนอีก ต่อมาระหว่างที่พลตำรวจสุริยันบอกให้นายคำตาไปตามเจ้าพนักงานตำรวจมาที่เกิดเหตุ จำเลยได้แย่งเอาอาวุธปืนไปได้ แล้วยิงพลตำรวจสุริยันเสียงดังแชะรวม ๓ ครั้ง คดีฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนทั้ง ๒ ครั้ง โดยเฉพาะในตอนยิงพลตำรวจสุริยันที่บริเวณหน้าบ้านนายชมภูนุช แต่กระสุนปืนไม่ลั่นโดยพลตำรวจสุริยันถอดเอากระสุนปืนออกเสียก่อนนั้น พลตำรวจสุริยันได้ยึดอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไว้เป็นของกลาง ทั้งได้ความว่าอาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ ดังนี้ แม้ได้ความจากพลตำรวจสุริยันว่า ก่อนหน้าที่จำเลยจะแย่งเอาอาวุธปืนของกลางไปและยิงพลตำรวจสุริยันนั้น พลตำรวจสุริยันได้ยึดเอาอาวุธปืนของกลางมาจากนายระวีก็ตาม แต่ผู้เสียหายกับนายคำตายืนยันว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนพกจี้ผู้เสียหายตั้งแต่ก่อนพลตำรวจสุริยันพบจำเลย เห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยกับนายระวีผลัดกันใช้อาวุธปืนของกลางซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนเช่นนี้ ถือว่าร่วมกันมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธปืนของกลางไปในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเมืองและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว.....การที่จำเลยใช้อาวุธปืนนั้นยิงพลตำรวจสุริยัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าพลตำรวจสุริยันซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ และการกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้โดยปัจจัยที่ใช้ในการกระทำความผิด เพราะพลตำรวจสุริยันถอดเอากระสุนปืนออกเสียก่อนอีกกระทงหนึ่งด้วย อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นปรับบทความผิดในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๑ นั้น เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๙ แล้ว ก็ไม่ต้องปรับบทความผิดตามมาตรา ๒๘๘ อีก พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ไม่ปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2531 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายอาคม หรืออุดม เชื้อสาทุม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายอาคม หรืออุดม เชื้อสาทุม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายโสฬส สุวรรณเนตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 551/2514ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1386/2521ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 47/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา