⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1837/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2531

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับ ร. ขู่บังคับผู้เสียหายให้ยอมร่วมประเวณีโดยจำเลยใช้อาวุธปืนไม่มีทะเบียนของจำเลยจี้ผู้เสียหาย เมื่อสามีผู้เสียหายไปตามพลตำรวจ ส. มาจับกุม ส. เอาปืนดังกล่าวจากเอว ร. มาเก็บไว้โดยถอดกระสุนปืนออกหมดแล้วจำเลยเข้าแย่งเอาปืนคืนจาก ส. ยกขึ้นจ้องยิงที่หน้าอก ส. ดังแชะสามครั้ง ดังนี้พฤติการณ์ที่จำเลยกับ ร. ผลัดกันใช้อาวุธปืนของกลางเช่นนี้ถือว่าร่วมกันมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองและพกพาโดยไม่ได้รับอนุญาต และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยที่ใช้ในการกระทำผิดอีกกระทงหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.81 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๑, ๘๓, ๙๑, ๒๘๔, ๒๘๘, ๒๘๙ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๑, ๒๘๘, ๒๘๙ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ข้อหาพยายามฆ่าให้ลงโทษจำคุก ๒๕ ปี ข้อหามีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี ข้อหาพกพาอาวุธปืนจำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๒๖ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เป็นอันยุติ ส่วนความผิดฐานอื่นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกับนายระวีถูกจับกุมพร้อมด้วยอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางในวันเกิดเหตุที่เกิดเหตุด้วยกันนายระวีถูกแยกฟ้องต่างหากและศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษในความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ คดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว จำเลยซึ่งแต่งเครื่องแบบทหารพรานและเมาสุรามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน ๒ ครั้ง ครั้งแรกใช้ขู่บังคับผู้เสียหายเพื่อให้ยอมไปร่วมประเวณี ครั้งหลังใช้ยิงพลตำรวจสุริยัน โดยครั้งแรกจำเลยเป็นคนใช้อาวุธปืนพกจี้ที่หน้าอกผู้เสียหาย นายระวีเป็นคนรัดคอ ในครั้งที่สองเมื่อพลตำรวจสุริยันกับนายคำตาออกติดตามพบจำเลยกับนายระวีแล้วพลตำรวจสุริยันได้เอาอาวุธปืนของกลางมาจากนายระวี มาเก็บพกไว้ที่เอว จำเลยเข้ามาขออาวุธปืนคืน พลตำรวจสุริยันไม่ยอมคืนให้ พลตำรวจสุริยันเอากระสุนปืนออกจำเลยพยายามเข้าไปหาพลตำรวจสุริยันเพื่อขออาวุธปืนคืนอีก ต่อมาระหว่างที่พลตำรวจสุริยันบอกให้นายคำตาไปตามเจ้าพนักงานตำรวจมาที่เกิดเหตุ จำเลยได้แย่งเอาอาวุธปืนไปได้ แล้วยิงพลตำรวจสุริยันเสียงดังแชะรวม ๓ ครั้ง คดีฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนทั้ง ๒ ครั้ง โดยเฉพาะในตอนยิงพลตำรวจสุริยันที่บริเวณหน้าบ้านนายชมภูนุช แต่กระสุนปืนไม่ลั่นโดยพลตำรวจสุริยันถอดเอากระสุนปืนออกเสียก่อนนั้น พลตำรวจสุริยันได้ยึดอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไว้เป็นของกลาง ทั้งได้ความว่าอาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ ดังนี้ แม้ได้ความจากพลตำรวจสุริยันว่า ก่อนหน้าที่จำเลยจะแย่งเอาอาวุธปืนของกลางไปและยิงพลตำรวจสุริยันนั้น พลตำรวจสุริยันได้ยึดเอาอาวุธปืนของกลางมาจากนายระวีก็ตาม แต่ผู้เสียหายกับนายคำตายืนยันว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนพกจี้ผู้เสียหายตั้งแต่ก่อนพลตำรวจสุริยันพบจำเลย เห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยกับนายระวีผลัดกันใช้อาวุธปืนของกลางซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนเช่นนี้ ถือว่าร่วมกันมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธปืนของกลางไปในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเมืองและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว.....การที่จำเลยใช้อาวุธปืนนั้นยิงพลตำรวจสุริยัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าพลตำรวจสุริยันซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ และการกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้โดยปัจจัยที่ใช้ในการกระทำความผิด เพราะพลตำรวจสุริยันถอดเอากระสุนปืนออกเสียก่อนอีกกระทงหนึ่งด้วย อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นปรับบทความผิดในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๑ นั้น เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๙ แล้ว ก็ไม่ต้องปรับบทความผิดตามมาตรา ๒๘๘ อีก พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ไม่ปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2531 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายอาคม หรืออุดม เชื้อสาทุม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายอาคม หรืออุดม เชื้อสาทุม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายโสฬส สุวรรณเนตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1875/2547ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา