⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 786/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 48 ผู้จัดการโรงงานแปรรูปไม้มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 ส่วนผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานและมีไม้ดังกล่าวไว้ในโรงงาน เป็นความผิดตามมาตรา 51 ประกอบมาตรา 72 ทวิ ผู้ว่าจ้างให้ผู้อื่นแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงงานคน แล้วฝ่าฝืนข้อกำหนดในใบอนุญาตกลับใช้เครื่องเลื่อยวงเดือนและเครื่องไสกลไฟฟ้าซึ่งเป็นเครื่องจักรกล แปรรูปไม้เช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯ เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานนี้ จึงลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ไม่ได้ เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงงานแปรรูปไม้ของจำเลยที่ 1 มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 48 ประกอบด้วยมาตรา 73 ส่วนจำเลยที่ 1 ผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีไม้ดังกล่าวไว้ในโรงงาน ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 51 ประกอบด้วยมาตรา 72 ทวิ หามีความผิดตามมาตรา 48 อีกไม่ (อ้างฎีกาที่ 1483/2503) แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราผิด ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ จำเลยที่ 4 และที่ 6 รับจ้างแปรรูปไม้โดยไม่มีใบคู่มือแสดงฐานเป็นคนงานหรือผู้รับจ้างซึ่งเป็นใบอนุญาตที่ออกให้โดยเจ้าพนักงานป่าไม้ ย่อมรู้ดีว่าการทำการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ 1 ย่อมต้องรับผิดในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ตามที่ตนได้รับอนุญาตตามมาตรา 49 ทวิ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการ จึงฟังได้ว่าเป็นผู้ว่าจ้าง มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 4 ที่ 6 แปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 10 เมษายน 2515 ม.4 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 10 เมษายน 2515 ม.5 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 10 เมษายน 2515 ม.7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.10 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.15 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.18 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.49 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.50 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.59 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.74

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า (ก) จำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคน บังอาจปฏิบัติฝ่าฝืนข้อกำหนดในการอนุญาต โดยใช้เครื่องจักรกลทำการแปรรูปไม้ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ (ข) จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันมีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต (ค) จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดด้วยการจ้างให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ แปรรูปไม้สักดังกล่าว และจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ได้ร่วมกันแปรรูปไม้สักตามที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จ้าง โดยจำเลยทุกคนมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๗, ๑๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ข้อ ๔ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔ และริบของกลาง จำเลยทั้ง ๖ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกลโดยมิได้รับอนุญาต กระทงหนึ่ง ร่วมกันมีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต กระทงหนึ่ง ร่วมกันใช้ให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ แปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต กระทงหนึ่ง และจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๗, ๑๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ข้อ ๔ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทุกกระทง ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ จำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กระทงละ ๖ เดือน รวม ๓ กระทง เป็นจำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ คนละ ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๖ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐกรรมโดยใช้แรงงานคน มีคนงานหรือผู้รับจ้าง ๔ คน โรงงานแห่งนี้ใช้เครื่องเลื่อยวงเดือน ๓ เครื่อง และเครื่องไสกบไฟฟ้า ๑ เครื่อง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๖ เป็นคนงานทำการแปรรูปไม้ เจ้าพนักงานตรวจยึดไม้สักแปรรูปได้ ๓.๕๙ ลูกบาศก์เมตร ท้องที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับอนุญาตให้แปรรูปไม้โดยใช้แรงคน แต่ฝ่าฝืนข้อกำหนดในใบอนุญาตโดยการใช้เครื่องจักรกล เป็นความผิดตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้หรือไม่ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ข้อ ๔ ซึ่งให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ให้ใช้ความใหม่ว่า "มาตรา ๔๘ ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ฯลฯ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต" เห็นว่าตามบทบัญญัติใหม่นี้ ผู้ขอตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ แม้จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต หากทำการฝ่าฝืน ย่อมเป็นความผิดและมีโทษตามมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ การตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงานคน แตกต่างกับการตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกล ผู้ขอรับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักกรต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๙ เครื่องเลื่อยวงเดือนและเครื่องไสกบไฟฟ้าเป็นเครื่องจักรกลอย่างหนึ่ง ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคนแล้วฝ่าฝืนข้อกำหนดในใบอนุญาต กลับใช้เครื่องจักกลแปรรูปไม้เช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ตามที่แก้ไขใหม่นี้ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ด้วยนั้น เห็นว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานนี้ด้วย จึงลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ไม่ได้ ปัญหาต่อไป จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือไม่ คดีฟังได้มั่นคงว่าจำเลยที่ ๒ มีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา ๔๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๓ ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคนและมีไม้ดังกล่าวไว้ในโรงงาน ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา ๕๑ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ทวิ หามีความผิดตามมาตรา ๔๘ อีกไม้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๘๓/๒๕๐๓ ข้อนี้แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราผิด ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามฐานความผดที่ถูกต้องได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ ๔ และที่ ๖ กำลังแปรรูปไม้โดยไม่มีใบคู่มือแสดงฐานะเป็นคนงานหรือผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่ออกให้โดยเจ้าพนักงานป่าไม้ ย่อมรู้ดีว่าทำการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ ๔ ที่ ๖ จึงมีความผิดฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ย่อมต้องรับผิดชอบในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ตามที่ตนได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๔๘ ทวิ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการ จึงฟังได้ว่าเป็นผู้ว่าจ้าง มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๖ แปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๐, ๑๕, ๑๗, ๑๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ข้อ ๔ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ฐานได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคนแต่ฝ่าฝืนข้อกำหนดในการอนุญาตโดยใช้เครื่องจักรกลตามมาตรา ๔๘, ๗๓ กระทงหนึ่ง มีไม้สักแปรรูปไว้ในโรงงานโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๕๑, ๗๒ ทวิ , ๗๔ อีกกระทงหนึ่ง และว่าจ้างให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๖ ทำการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๘, ๗๓ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๔ อีกกระทงหนึ่ง จำเลยที่ ๒ ผิดฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๔๘, ๗๓ และว่าจ้างให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๖ แปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๘, ๗๓ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๔ รวม ๒ กระทง ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ จำคุกจำเลยที่ ๑ กระทงละ ๖ เดือน รวม ๓ กระทง จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ กระทงละ ๖ เดือน รวมเป็นจำคุก ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2519 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายเรืองชัย ไชยาศิรินทร์โรจน์ กับพวกรวม 6 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · ล. - นายเรืองชัย ไชยาศิรินทร์โรจน์ กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี ชอบธรรม · สนับ คัมภีรยส · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอรุณ บุญศร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2197/2547ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 2108/2536ฎีกา 1459/2511ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา