คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6299/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องในสาระสำคัญ ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้และไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลย ถือเป็นเหตุที่ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างหรือใช้ผู้มีชื่อให้ฆ่าผู้เสียหาย และผู้มีชื่อนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยว่าจ้าง ร.ไปฆ่าผู้เสียหายแต่ร. ไม่ทำตามที่จำเลยว่าจ้างคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายไม่ใช่ผู้ที่จำเลยว่าจ้าง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องในสาระสำคัญ ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้และไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างหรือใช้ผู้มีชื่อฆ่าผู้เสียหาย ต่อมาบุคคลที่ได้รับการใช้หรือจ้างจากจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่าตามที่ได้รับการใช้หรือจ้างจากจำเลย แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 84, 288
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 84 วรรคสอง จำคุก 5 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจ้างหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานพยายามฆ่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังว่าคนร้ายที่ลอบยิงผู้เสียหายในวันที่ 31 มกราคม 2530 ได้รับการจ้างวานจากจำเลยคดีฟังได้ว่าก่อนผู้เสียหายถูกลอบยิงในวันเวลาดังกล่าว จำเลยเคยว่าจ้างนายราเหม นาคสง่า ไปฆ่าผู้เสียหายแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายราเหมไม่ยอมทำตามที่จำเลยว่าจ้าง โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาดังกล่าวดังนั้น การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์และโจทก์ฎีกาขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ปัญหาข้อกฎหมายในชั้นฎีกามีว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องและโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างหรือใช้ผู้มีชื่อให้ฆ่าผู้เสียหาย และผู้มีชื่อนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยว่าจ้างนายราเหมไปฆ่าผู้เสียหาย แต่นายราเหมไม่ยอมทำตามที่จำเลยว่าจ้าง คนร้ายที่ยิงผู้เสียหายไม่ใช่ผู้ที่จำเลยว่าจ้างดังนั้นข้อเท็จจริงที่ได้ความในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในสาระสำคัญ ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ และถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลย ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 วรรคสองและวรรคสี่..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6299/2534
พนักงานอัยการ จังหวัด ตรัง โจทก์
นาย อุเส็น บ่อม่ วง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตรัง · จำเลย - นาย อุเส็น บ่อม่ วง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ