คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมครอบคลุมถึงพื้นที่เหนือพื้นดินและใต้พื้นดินด้วย
ย่อคำพิพากษา
อันว่าแดนกรรมสิทธิตาม ม.1335 นั้น ชั้นแรกจำต้องมีกรรมสิทธิบนพื้นดินเสียก่อน แดนแห่งกรรมสิทธิที่ดินจึงจะกินถึงทั้งเหนือพื้นดินและใต้พื้นดินด้วย
(อ้างฎีกาที่ 266/2483).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าได้ซื้อที่ดินและตึกสองชั้นหนึ่งหลังแล้วได้ครอบครองตลอดมา จำเลยนำรังวัดแบ่งแยกที่ดินของจำเลย ซึ่งมีโฉนดแล้วทับที่ของโจทก์ เจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมแก้โฉนดจึงขอให้ศาลพิพากษว่าโฉนดจำเลยที่ทับที่โจทก์เป็นโมฆะและที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง
จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่มีโฉนดของจำเลยไม่ได้ทับที่โจทก์ ๆ ไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นทางเดินเข้าบ้านจำเลยเป็นของจำเลยโดยชอบด้วย ก.ม. ชายคาตึกของโจทก์ปลูกสร้างล้ำเข้ามาในทางเดินของจำเลยแต่เจ้าของเดิมนานกว่า ๒๐ ปีแล้ว จึงพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ข้อ ก.ม. เรื่องแดนกรรมสิทธิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม. ว่า ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า แดนกรรมสิทธิตาม ม.๑๓๓๕ นั้นชั้นแรกต้องมีกรรมสิทธิบนพื้นดินเสียก่อน แดนแห่งกรรมสิทธิที่ดินจึงจะกินถึงทั้งเหนือพื้นดินและใต้พื้นดินด้วยตามฎีกาที่ ๒๖๖/๒๔๘๓ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2499
นางเห้ง ธรรมคุตโต โจทก์
น.ส.เยี่ยม เทพสุรินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเห้ง ธรรมคุตโต · จำเลย - น.ส.เยี่ยม เทพสุรินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายสมบัติ วั · ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา