คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์และจำเลยอ้างเอกสารเป็นพยานร่วมกัน หากโจทก์ไม่ได้ให้การรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลเข้าสืบหักล้างข้อความในเอกสารดังกล่าวได้
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่โจทก์และจำเลยอ้างเอกสารเป็นพยานร่วมกันและความในเอกสารนั้นแสดงไปในทางที่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือนคือสมข้างข้อต่อสู้ของจำเลยก็ตาม แต่เมื่อโจทก์อ้างว่าโจทก์ก็มีส่วนออกทุนสร้างเรือนด้วยและโจทก์จะขอนำสืบว่าโจทก์เป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือนด้วยนั้น โจทก์จะนำสืบได้หรือไม่นั้นย่อมอยู่ที่ว่า เอกสารดั่งกล่าวนั้นโจทก์ได้รับรองความถูกต้องแท้จริงหรือไม่ ถ้าเป็นแต่เพียงโจทก์อ้างเอกสารร่วมกับจำเลยจะให้หมายความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงไปในตัวยังหาชอบไม่ เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสาร โจทก์จึงมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบหักล้างได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเรือนหลังหนึ่งเป็นของโจทก์ให้จำเลยทั้งสองอาศัย ต่อมาจำเลยทั้งสองเถียงกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงฟ้องขอให้แสดงว่าเรือนเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสอง
จำเลยทั้งสองให้การว่าเรือนเป็นของจำเลย จำเลยใช้เงินของจำเลยสร้างเรือนและนางเหลือมารดาช่วยออกเงินด้วยส่วนหนึ่ง ครั้นเมื่อนางเหลือจะตายนางเหลือยกเรือนให้จำเลย ๆ ครอบครอง อย่างเป็นเจ้าของตั้แต่ พ.ศ.๒๔๘๕
ศาลชั้นต้นสืบตัวโจทก์ปากเดียวแล้วสอบโจทก์ถึงพยานที่จะสืบต่อไปโจทก์แถลงว่ามีพยานนำสืบต่อไปว่าโจทก์และนางชลอเป็นผู้ออกทุนสร้างเรือน นายเอี่ยมจำเลยเป็นผู้จัดการสร้าง ในวันเดียวกันนั้นฝ่ายจำเลยแถลงว่าเอกสารหมาย จ.ล.๑,๒,๓ ที่โจทก์จำเลยอ้างร่วมกันนั้น คำพยานบุคคลไม่สามารถลบล้างขอให้งดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ พิพากษาให้โจทก์แพ้คดีโดยยกฟ้อง.
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ว่าเอกสารเหล่านั้นโจทก์ไม่ได้รับรองความถูกต้องแท้จริง ดังนั้นจะยกเอาข้อความตามเอกสารมายันโจทก์ไม่ให้สืบพยานบุคคลหักล้างเอกสารหาได้ไม่ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้สืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้วได้ความว่าเอกสาร ๓ ฉบับที่กล่าวข้างต้นโจทก์จำเลยอ้างร่วมกันความในเอกสารนั้นแสดงไปในทางที่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือน คือสมข้างข้อต่อสู้ของจำเลย แต่โจทก์จะขอนำสืบว่าโจทก์เป็นฝ่ายออกเงินสร้างเรือน ดังนี้โจทก์จะนำสืบได้หรือไม่
ปรากฏว่าเอกสารสามฉบับนั้นโจทก์ไม่ได้รับความถูกต้องแท้จริง การที่โจทก์อ้างร่วมจะให้หมายความว่าโจทก์รับรองความถูกต้องแท้จริงไปในตัวหาชอบไม่ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ก็เป็นอันว่า โจทก์ยังจะนำสืบพยานบุคคลหักล้างข้อความในเอกสารนั้นได้อยู่ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2499
นางแฉล้ม ล่อใจ ในนามส่วนตัวและในนามผู้รับมอบอำนาจของนางชลอ ล่อใจ
นางต้ม รัตโนภาศ ที่ 1 นายเอี่ยม รัตโนภาศ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ล่อใจ - นางแฉล้ม ล่อใจ ในนามส่วนตัวและในนามผู้รับมอบอำนาจของนางชลอ · จำเลย - นางต้ม รัตโนภาศ ที่ 1 นายเอี่ยม รัตโนภาศ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฏรณ์ธานี - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศวิมลภัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา