⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 240/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายรับของสถานการค้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรนั้น ให้พิจารณาตามประเภทการค้าและสถานที่ที่เกิดรายรับนั้นๆ เป็นสำคัญ

ย่อคำพิพากษา

ระบบการเก็บภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรให้เรียกเก้ปตามรายรับของประเภทการค้าเป็นสำคัญ และต้องเรียกเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายรับของสถานการค้าด้วย การที่โจทก์ประกอบการค้าข้าวโดยให้สำนักงานกลางในเขตเทศบาลเป็นผู้ตกลงขายและรับเงินราคาข้าวส่วนข้าวไปเอาที่ฉางนอกเขตเทศบาลนั้น ต้องจัดเป็นรายรับของสำนักงานกลางอันโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเพื่อเทศบาล ฉะนั้น ที่โจทก์แยกยื่นบัญชีขอชำระภาษีการค้าว่าเป็นรายรับของโรงสีหรือฉางข้าวอื่นๆ จึงไม่ถูกต้อง (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 30/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ.2497 ม.12 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.78 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502 ม.37 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502 ม.39 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502 ม.81 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502 ม.85

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบการค้า มีสถานการค้ารวม ๑๓ แห่ง ซึ่งโจทก์ได้แยกจดทะเบียนตามประมวลรัษฎากรการค้ารายใหญ่ๆ ของสถานการค้าแห่งอื่น โจทก์ให้สำนักกลางเป็นผู้ทำแทนเกี่ยวด้วยตกลงขายข้าวหรือสิ่งของและรับชำระราคาแทนแต่ส่งมอบข้าวและของที่ขาย ณ สถานการค้าแห่งอื่น เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๒ ได้เรียกให้สำนักงานกลางของโจทก์เสียภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๓ ๆ ได้ชี้ขาดให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่า คำชี้ขาดของจำเลยที่ ๓ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำชี้ขาดและแสดงว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีตามที่จำเลยเรียกเก็บ จำเลยให้การว่า การกระทำของสำนักงานกลางของโจทก์ไม่ใช่ทำแทนสาขา แต่เป็นรายรับจากการขายข้าวซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ศาลชั้นต้นเห็นว่า สำนักงานกลางของโจทก์ในเขตเทศบาลเป็นผู้ทำการตกลงซื้อขายและรับเงินราคาข้าว ต้องถือว่าเป็นผู้ประกอบการค้า จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีบำรุงเทศบาล คำชี้ขาดของจำเลยชอบแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า บริษัทข้าวไทยจำกัด โจทก์ ซึ่งประกอบการค้าข้าวได้จดทะเบียนสถานการค้าไว้หลายแห่ง การตกลงขายข้าวและชำระเงินราคาข้าวได้กระทำกันที่สำนักงานกลางของโจทก์แล้วไปส่งมอบข้าวกันที่โรงสีและฉางข้าวของโจทก์ทั้ง ๕ แห่งนั้น ดังนี้ มีปัญหาว่า โจทก์จะต้องเสียภาษีเพิ่มเพื่อเทศบาลด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ระบบการเก็บภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรให้เรียกเก็บตามรายรับของประเภทการค้าเป็นสำคัญ และต้องเรียกเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายรับของสถานการค้า การค้าข้าวของโจทก์ตามวิธีการต้องถือว่าสำนักงานกลางเป็นผู้ทำการค้าข้าว ตกลงขายข้าว และรับเงินราคาข้าว จึงเป็นรายรับของสำนักงานกลางซึ่งเป็นสถานการค้าในเขตเทศบาล ส่วนการส่งมอบข้าวกันที่โรงสีหรือฉางข้าวนอกเขตเทศบาลนั้นไม่สำคัญ เพราะโรงสีหรือฉางข้าวนั้นๆ ไม่มีรายรับอะไรจากการขายข้าวดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่า เป็นการค้าข้าวของโรงสีหรือฉางข้าวนั้นๆ ฉะนั้นการที่โจทก์แยกยื่นบัญชีขอชำระภาษีการค้าว่าเป็นรายรับของโรงสีหรือฉางข้าวนั้นๆ จึงไม่ถูกต้อง และไม่เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเพื่อเทศบาล การที่ศาลล่างชี้ขาดว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเพื่อเทศบาลตามที่จำเลยประเมินเรียกเก็บจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2504 บริษัทข้าวไทย จำกัด โจทก์ เทศบาลนครกรุงเทพ ที่ 1, กรมสรรพากร ที่ 2, นายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดีกรม สรรพากร ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทข้าวไทย จำกัด · อธิบดีกรม - เทศบาลนครกรุงเทพ ที่ 1, กรมสรรพากร ที่ 2, นายหิรัญ สูตะบุตร · จำเลย - สรรพากร ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยเจริญ สันติศิริ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมณี ชุติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1158/2539ฎีกา 416/2502ฎีกา 564/2519ฎีกา 3336/2530ฎีกา 4498/2540ฎีกา 773/2504ฎีกา 350/2540ฎีกา 2637-2639/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา