คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้น้ำในแหล่งน้ำสาธารณะขุ่นชั่วคราว โดยไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งปฏิกูลหรือเป็นอันตรายต่อแหล่งน้ำนั้น ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 380
ย่อคำพิพากษา
จำเลยวิดน้ำเพื่อจับปลาในหนองเป็นเหตุให้น้ำในหนองขุ่น ไม่ถือว่าทำให้เกิดปฏิกูลแก่น้ำในหนอง เพราะน้ำขุ่นเป็นสภาพที่เกิดขึ้นจากโคลนในหนองนั้นเองชั่วคราว หาใช่ทำให้เกิดปฏิกูลไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 380
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้ไปวิดน้ำจับปลาในหนองตาตรม ซึ่งกว้างประมาณ ๕ เส้น ยาว ๖ เส้น เป็นหนองที่ประชาชนใช้ตักน้ำเอาไปรดผักและเอาไปให้โคกระบืออาบ ไม่ได้บริโภคและการใช้สอยในครัวเรือนปกติก็ไม่ใช่น้ำในหนองนี้ คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่า การที่จำเลยวิดน้ำในหนองตาตรม เป็นเหตุให้น้ำขุ่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๘๐ หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ความผิดตามมาตรานี้จะต้องเป็นการกระทำให้เกิดปฏิกูล ซึ่งหมายถึงทำให้น่าเกลียดหรือพึงเกลียดหรือเกิดโสโครกแก่น้ำในหนอง การที่จำเลยลงไปวิดน้ำทำให้น้ำขุ่น ยังไม่พอฟังว่าทำให้เกิดปฏิกูลแก่น้ำในหนอง เพราะน้ำขุ่นเป็นสภาพที่เกิดขึ้นจากโคลนในหนองนั้นเองชั่วคราว หาใช่ทำให้เกิดปฏิกูลไม่ ฉะนั้น จำเลยจึงยังไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหานี้ชอบแล้ว" พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2505
อัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์
นายสุนทร เสาวรัจ ที่ 1 นายชุยเล็ง หรือชีเล็ง แซ่จึง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายสุนทร เสาวรัจ ที่ 1 นายชุยเล็ง หรือชีเล็ง แซ่จึง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สารกิจปรีชา · การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายศริ มลิลา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา