⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 736/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของภิกษุที่ประพฤติผิดในกุฏิของตน แม้จะเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่หากไม่เข้าข่ายเป็นการเหยียดหยามศาสนาตามกฎหมาย ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 206 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขณะเป็นภิกษุ ได้ร่วมประเวณีกับหญิงในกุฏิของจำเลยบนเขาวัง จังหวัดเพชรบุรีมีกูฏิพระใกล้เคียงหลายหลัง มีพระพุทธรูปพระฉาย บนเขาวัง เป็นสถานที่ที่ประชาชน เคารพนับถือ นั้น เห็นได้ว่า เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่จะถือว่า เป็นการเหยีดหยามศาสนาตามความในมาตรา 206 ยังไม่ถนัด (ประชุมครั้งใหญ่ ครั้งที่ 16/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.206

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขณะเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ได้ชำเราร่วมประเวณีกับนายม่วยบนกุฏิที่จำเลยอาศัย ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสำนักวิปัสนากรรม ฐานของพระภิกษุสามเณร และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ อันเป็นปูชนีย์วัตถุที่เคารพในศาสนาพุทธอันเป็นการเหยียดหยามศาสนาอย่างร้ายแรง ขอให้ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๖ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้ร่วมประเวณีกับนางม่วงจริง ดังฟ้อง แต่การร่วมประเวณีของจำเลยกระทำเพื่อปลดเปลื้งงความใคร่ ไม่มีเจตนาเหยียดหยามศาสนาพุทธ ไม่มีผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เห็นว่า ในกุฏิของจำเลยมีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ตั้งอยู่บนโต๊ะบูชาบริเวณรอบ ๆ กุฏิมีพระพุทธรูปกับพระพุทธฉายซึ่งติดกับตัวเขาวัง กุฏินี้พระภิกษุสงฆ์ได้ใช้เป็นที่ปฏิบัติวิปัสนา กรรมฐาน มีการทอดกฐิน นมัสการพระพุทธรูปเป็นประจำทุกปี เป็นสถานที่เคารพ ในทางพุทธศาสนา การกระทำของจำเลยแม้อาจเป็นการเพื่อปลดเปลื้องความใคร่ แต่เมื่อกระทำ ณ สถานที่ เคารพดังกล่าว จึงเป็นการเหยียดหยาม เพราะจำเลยย่อมเห็นผลแห่งการกระทำได้ พิพากษากลับ แต่ให้รอการลงโทษไว้ โจทก์ฎีกาว่า ไม่ควรรอการลงโทษ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยขณะเป็นพระภิกษุ ได้ร่วมประเวณกับนางม่วยที่พื้นกุฏิข้างเตียงนอน กุฏิของจำเลยอยู่บนเขาวัง จังหวัดเพชรบุรี มีกุฏิพระใกล้เคียงหลายหลัง มีพระพุทธรูปพระฉายอยู่บนเขาวัง เป็นสถานที่ที่ประชาชนนับถือ จึงมีปัญหาว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นผิดฐานเหยียดหยามศาสนาตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๐๖ หรือไม่ ที่ประชุมศาลฎีกาได้พิจารณาความข้อนี้แล้วเห็นว่า การที่จำเลยเป็นภิกษุในขณะนั้น ได้ร่วมประเวณีกับหญิงในกุฏิอันอยุ่ในบริเวณสถานที่อันพุทธศาสนิกชนเคารพ เช่นนี้ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่จะถือว่าเป็นเหยียดหยามศาสนา ตามความในมาตรา ๒๐๖ ยังไม่ถนัด จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2505 อัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายแจ่ม เงินเจือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายแจ่ม เงินเจือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5199/2533ฎีกา 781/2469ฎีกา 1807/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา