⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1092/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดอัตราค่าเช่าที่แตกต่างกันตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาเช่า ถือเป็นการตกลงกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การขึ้นค่าเช่าตามความหมายของกฎหมายควบคุมค่าเช่า

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยตั้งแต่แรกได้กำหนดกันไว้เสร็จแล้วว่า ระยะ 6 ปีแรกให้ชำระค่าเช่ากันเดือนละ 100 บาท หลังจากนั้นให้ชำระค่าเช่ากันเดือนละ 2,000 บาท การเรียกเอาค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท หลังจากครบระยะ 6 ปีแรกแล้วนั้น ย่อมเรียกไม่ได้ว่าเป็นการขึ้นค่าเช่าตามความหมายของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ เพราะเป็นเรื่องตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่ขณะที่ยอมให้เช่า (อ้างฎีกาที่ 1543/2493)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกที่เช่า มิให้มาเกี่ยวข้องและให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ผิดนัดไม่ได้ชำระรวม ๕๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าห้องพิพาทกันไว้จริง บัดนี้จำเลยได้อยู่ในห้องพิพาทมาครบ ๖ ปี ตามสัญญาเช่านั้นแล้ว และกำลังอยู่ในระยะเวลาหลังจากเช่ามาครบ ๖ ปีตามสัญญาเช่าข้อ ๑๖ ซึ่งกำหนดไว้ว่า จำเลยจะต้องเสียค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าเช่าให้โจทก์ในอัตราเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทนี้ คงยืนยันและส่งค่าเช่าให้แก่โจทก์ในอัตราเดิมที่เสียในระหว่าง ๖ ปีแรก คือ เดือนละ ๑๐๐ บาทอยู่ตลอดมา และจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเต็มอย่างเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทนี้มากว่าสองงวดติด ๆ กันแล้ว ปัญหามีว่า โจทก์ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเช่า ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าและเรียกค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายในอัตราเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทนั้นได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยตั้งแต่แรกได้กำหนดกันไว้เสร็จแล้วว่าระยะ ๖ ปีแรกให้ชำระค่าเช่ากันเดือนละ ๑๐๐ บาท หลังจากนั้นให้ชำระค่าเช่ากันเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท การเรียกเอาค่าเช่าเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทหลังจากครบระยะ ๖ ปีแรกแล้วนั้น ย่อมเรียกไม่ได้ว่าเป็นการขึ้นค่าเช่าตามความหมายของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ เพราะเป็นเรื่องตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่เดิมขณะที่จะยอมให้เช่า โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเอาได้ตามนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมชำระตามจำนวนนี้และคงค้างชำระมาเกินสองงวดติด ๆ กัน ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ที่หากว่าจะมีอยู่ ก็ย่อมหมดไปเพราะเหตุจากการติดค้างค่าเช่านั่นเอง โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทที่ติดค้างกันในตอนหลังนี้ได้ ทั้งนี้ โดยนัยฎีกาที่ ๑๕๔๓/๒๔๙๓ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2513 นายเชวง เคียงศิริ โจทก์ นายเต็กซิว แซ่กิ้ม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชวง เคียงศิริ · ล. - นายเต็กซิว แซ่กิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุรเจตน์ วิชิตชลชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 516/2513ฎีกา 477/2513ฎีกา 241/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา