คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่ายินยอมให้ขึ้นค่าเช่าที่ดินซึ่งอยู่นอกอัตราค่าเช่าควบคุมแล้ว ย่อมไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 มิใช่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั้งหมด
มาตรา 11 ห้ามแต่ผู้ให้เช่ามิให้เรียกร้องขึ้นค่าเช่า แต่มิได้ห้ามผู้เช่าที่ตกลงยินยอมให้ค่าเช่าโดยสมัครใจ
ผู้เช่ายินยอมให้ขึ้นค่าเช่าที่ดินซึ่งอยู่นอกอัตราค่าเช่าควบคุมแล้ว ย่อมไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.11
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๙๗ จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ ๙ ตารางวา ปลูกเรือน เมื่อครบสัญญามิได้ทำสัญญาเช่าต่อ คงให้เช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา เดือนกรกฎาคม ๒๕๐๙ จำเลยตกลงให้ค่าเช่าตารางวาละ ๕ บาท โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยรื้อเรือนและออกไปจากที่ดินโจทก์ และใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๔๕ บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ จนกว่าจะรื้อเรือนออกไป
จำเลยให้การว่า ได้เช่าที่ดินมา ๔๓ ปีแล้ว ค่าเช่าตารางวาละ ๒๐ สตางค์ ต่อเดือน เมื่อโจทก์ขอขึ้นค่าเช่าเป็นตารางวาละ ๒ บาท ๓ บาท จำเลยก็ยอม ครั้งโจทก์ของขึ้นเป็นตารางวาละ ๕ บาท จำเลยไม่ตกลงด้วย การเช่าไม่เคยมีสัญญาเช่าต่อกัน โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับคดีไม่ได้ จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ การขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ ๕ บาทต่อหนึ่งตารางวาเป็นโมฆะ โจทก์ยังไม่ได้บอกเลิกการเช่า
ก่อนสืบพยานคู่ความรับกันว่า ก่อนฟ้องโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่เช่าแล้ว และจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จริง มีกำหนด ๙ เดือน และโจทก์รับว่าจำเลยเช่าเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ พิพากษาให้จำเลยรื้อเรือนและออกไปจากที่ดินโจทก์ และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๔๕ บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ เว้นเดือนมิถุนายน จนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินโจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ข้อกฎหมาย ๓ ข้อ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้รับความคุ้มครองเพราะการขึ้นค่าเช่าเป็นโมฆะ แม้จำเลยจะยินยอมก็ใช้ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่า ฯลฯ มาตรา ๑๑ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ศาลฎีกาวินิจฉัย พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ มิใช่กฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั้งหมด และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญํติดังกล่าวก็ห้ามแต่ผู้ให้เช่าจะเรียกร้องขึ้นค่าเช่าไม่ได้ แต่มิได้ห้ามผู้เช่าที่ตกลงยินยอมให้ค่าเช่าโดยสมัครใจเมื่อจำเลยยินยอมให้ค่าเช่าที่ดินแก่โจทก์ ซึ่งอยู่นอกอัตราค่าเช่าควบคุมตามกฎหมายแล้ว ย่อมไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2515
คุณหญิงอัมพร ทิพมณเฑียร โจทก์
นายสอน กุ้ยก้องศิลป์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - คุณหญิงอัมพร ทิพมณเฑียร · ล. - นายสอน กุ้ยก้องศิลป์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย ทองลงยา · จรัญ อิศระ · เฉลิม กรพุกกะณะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจำรูญ แย้มงามเหลือ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา