⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 239/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงคะแนนเลือกตั้งต้องปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครทั้งเลขไทยและเลขอารบิคควบคู่กันตามที่กฎกระทรวงกำหนด หากปิดเพียงเลขใดเลขหนึ่ง ถือเป็นบัตรเสียและใช้นับเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ได้ บัตรเลือกตั้งที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครคว่ำจนอ่านโดยวิธีธรรมดาไม่รู้ว่าเป็นเลขหมายอะไร ถือเป็นบัตรเสีย

ย่อคำพิพากษา

บัตรเลือกตั้งที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครแต่เลขไทยหรือเลขอารบิคเพียงเลขใดเลยหนึ่ง ไม่มีลักษณะเป็นบัตรเสียตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน พ.ศ. 2511 มาตรา 58 แต่มาตรา 49 บัญญัติว่าการลงคะแนนเลือกตั้งให้ใช้วิธีปิดเลขหมายเลขประจำตัวผู้สมัครในบัตรเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และกฎกระทรวงกำหนดว่าเลขหมายประจำตัวผู้สมัครต้องมีเลขไทยและเลขอารบิคควบคู่กันทั้งสองอย่าง ดังนั้น การที่ใช้เพียงเลขใดเลขหนึ่งย่อมถือว่าเป็นเลขหมายประจำตัวผู้สมัครไม่ได้ เพราะเป็นเลขหมายที่ไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง บัตรประเภทนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 49 และใช้นับเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ได้ บัตรที่มีเลขหมายประจำตัวของผู้สมัครบางคนเสียปะปนอยู่ในซองบัตรเลือกตั้งเดียวกัน ไม่ถือว่าเป็นบัตรเสียทั้งหมด คงเสียเฉพาะเลขหมายที่ไม่ชอบเท่านั้น ส่วนเลขหมายอื่น ๆ ที่ถูกต้องถือว่าเป็นบัตรดี บัตรที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัครคว่ำ ต้องมองกับแสงสว่างจึงเห็นเงาเลขหมาย ถือว่าเป็นบัตรเสียตามมาตรา 58 (2) เพราะอ่านโดยวิธีธรรมดาไม่รู้ว่าเป็นเลขหมายอะไร แม้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนจะปรากฏว่าในหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งมีบัตรเลือกตั้งในหีบบัตรเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งถึง 500 บัตร เศษซึ่งเป็นการไม่ชอบ แต่หากจะเอาคะแนนของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในหน่วยนี้ออกเสียทั้งหมด ก็ไม่ทำให้ผลของการเลือกตั้งสำหรับผู้ได้รับเลือกตั้งบางคนเปลี่ยนแปลงไป ย่อมไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด (ข้อกฎหมายตามวรรคแรกและวรรคสาม วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 - 3/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 (ฉบับที่ 2) ม.4 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2511 ม.49 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2511 ม.58 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2511 ม.62 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2511 ม.63

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนของจังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ ซึ่งมีผู้ได้รับเลือกตั้ง ๕ คน คือนายสมบูรณ์ ทวีวัฒน์ นายสมพร จรีมาศ ร้อยเอกสมบูรณ์ ไพรินทร์ ร้อยตรีอำพัน สุวรรณโชติ และนายเสมอ อัครปรีดี ว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ แต่คงติดใจเฉพาะเหตุในคำร้องข้อ ๓ (๑) ก.ข.ค. และข้อ ๓ (๒) กล่าวคือ ข้อ ๓ (๑) การตรวจนับคะแนนฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ แห่งพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน และการวินิจฉัยชี้ขาดบัตรเลือกตั้งไม่เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทุกหน่วย โดย ก. บัตรที่ปิดเลขหมายประจำตัวผู้สมัคร เลขไทยหรือเลขอารบิคเพียงเลขใดเลขหนึ่งบางหน่วยถือว่าเป็นบัตรดี แต่บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรเสีย ข. บัตรเลือกตั้งที่มีบัตรเสีย (เลขหมายประจำตัวผู้สมัคร) ปะปนอยู่ในซองบัตรเลือกตั้งเดียวกัน บางหน่วยถือว่าเลขหมายประจำตัวในบัตรเลือกตั้งนั้นเสียไปทั้งหมด แต่บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรเสียเฉพาะหมายเลขนั้น ๆ ส่วนเลขอื่นถือว่าเป็นบัตรดี ค. บัตรที่ปิดคว่ำเอาเลขเครื่องหมายประจำตัวผู้สมัครเข้าด้านใน ต้องมองกับแสงสว่างจึงเห็นเงาเลขหมาย บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรดี แต่บางหน่วยถือว่าเป็นบัตรเสีย (๒) จำนวนคะแนนบัตรเลือกตั้งในหีบลงบัตรไม่ตรงกับจำนวนผู้ใช้สิทธิที่หมายเหตุว่า "มา" ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอให้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและสมาชิกสภาผู้แทนที่ได้รับเลือกตั้งทั้ง ๕ คน ยื่นคำคัดค้านว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ คู่ความทั้งสองฝ่ายขอให้ศาลเรียกหีบบัตรเลือกตั้งทุกอำเภอมาเปิดนับ และรับข้อเท็จจริงกันตามนั้น โดยไม่ติดใจสืบพยานบุคคล แล้วขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การวินิจฉัยของคณะกรรมการเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งชอบหรือไม่ ถ้าไม่ชอบ การเลือกตั้งจะชอบหรือไม่ และสมควรจะมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดได้ดำเนินการตรวจนับบัตรแล้ว และทำความเห็นส่งสำนวนมาศาลฎีกาว่า ควรยกคำร้องของผู้ร้อง ปัญหาเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนตามที่ผู้ร้องได้ร้องคัดค้านมานั้นมีอยู่ ๓ ประเภท คือ ๑. บัตรที่ปิดเลขหมายประจำตัวของผู้สมัครแต่เลขไทยหรือเลขอารบิคเพียงเลขใดเลขหนึ่ง จะถือว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย ๒. บัตรที่มีเลขหมายประจำตัวของผู้สมัครบางคนเสียปะปนอยู่ในซองบัตรเลือกตั้งเดียวกัน จะถือว่าเป็นบัตรเสียไปทั้งหมด หรือเสียเฉพาะเลขหมายนั้น ๆ ส่วนเลขหมายอื่นถือว่าเป็นบัตรดี ๓. บัตรที่ปิดเลขหมายคว่ำ ต้องมองกับแสงสว่างจึงเห็นเงาเลขหมาย จะถือว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ๑. บัตรประเภท ๑ นี้ไม่มีลักษณะเป็นบัตรเสียตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๕๘ ๒. มาตรา ๔๙ บัญญัติว่า "การลงคะแนนเลือกตั้งให้ใช้วิธีปิดเลขหมายเลขประจำตัวผู้สมัครลงในบัตรเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง" ตามกฎกระทรวงกำหนดไว้ว่าเลขหมายประจำตัวผู้สมัครต้องมีเลขไทยและเลขอารบิคควบคู่กันทั้งสองอย่าง ฉะนั้น การที่ใช้แต่เพียงเลขหมายใดเลขหมายหนึ่ง จะถือว่าเป็นเลขหมายประจำตัวผู้สมัครไม่ได้ เพราะเป็นเลขหมายที่ไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง บัตรประเภทนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา ๔๙ ๓. เมื่อเป็นบัตรที่ลงคะแนนฝ่าฝืนต่อมาตรา ๔๙ แล้ว จะใช้นับเป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ได้ บัตรประเภท ๒ ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีเช่นนี้จะถือว่าเป็นบัตรเสียไปทั้งหมดไม่ได้ คงเสียเฉพาะเลขหมายที่ไม่ชอบเท่านั้น ส่วนเลขหมายอื่น ๆ ที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นบัตรดี บัตรประเภท ๓ ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า การอ่านเลขหมายนั้นย่อมหมายถึงการเปิดออกอ่านด้วยวิธีธรรมดาซึ่งปฏิบัติกันอยู่เป็นปกติทั่ว ๆ ไป กรรมการตรวจนับคะแนนไม่จำเป็นต้องเอาไปส่องกับแสงสว่างเพื่อให้เห็นเงาเลขหมายอันเป็นวิธีพิเศษ เช่นนั้นเมื่อเลขหมายปิดคว่ำไม่รู้ว่าเป็นเลขหมายอะไรแล้ว ก็ต้องถือว่าบัตรประเภทนี้เป็นบัตรเสียตามมาตรา ๕๘ (๒) เมื่อวินิจฉัยบัตรทั้ง ๓ ประเภทแล้ว คะแนนของผู้ร้องและผู้ได้รับเลือกตั้งมีผลเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคะแนนของนายเสมอผู้ได้รับเลือกตั้งคนที่ ๕ ได้น้อยกว่าคะแนนของนายจรินทร์ผู้ร้องที่ ๑ ถึง ๗๕ คะแนน ผลของการเลือกตั้งจึงผิดไป ส่วนผู้ร้องอีก ๗ คน ได้คะแนนน้อยว่าผู้ร้องที่ ๑ เป็นจำนวนมาก ส่วนข้อกล่าวหาของผู้ร้องที่ว่าจำนวนบัตรในหีบไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธินั้น ปรากฏว่าหน่วยเลือกตั้งที่ ๒ ตำบลบ้านดู่ อำเภออาจสามารถ มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ๔๒ คน แต่มีบัตรในหีบถึง ๖๒๑ บัตร เกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ๕๗๙ บัตร เห็นได้ว่าการเลือกตั้งหน่วยนี้ไม่ชอบ ส่วนหน่วยอื่น ๆ จำนวนบัตรเกินจำนวนผู้ใช้สิทธิอย่างมากไม่เกินหน่วยละ ๑๐ บัตร ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลจังหวัดร้อยเอ็ดว่า กรรมการอาจนับผิดพลาดไป มีปัญหาว่า สมควรจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าจะเอาคะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้งในหน่วยที่วินิจฉัยว่าเป็นการไม่ชอบออกเสียทั้งหมด คะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้ง ๕ คนแรกก็ยังมีจำนวนสูงกว่าคะแนนของผู้ร้องที่ ๑ ซึ่งอยู่ในอันดับถัดไป ไม่ทำให้ผลของการเลือกตั้งสำหรับ ๔ คนแรกเปลี่ยนแปลง ศาลฎีกาเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนนายเสมอแต่ผู้เดียว จึงมีคำสั่งว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนของจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นไปโดยไม่ชอบ สมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนนายเสมอ อัครปรีดี แต่ผู้เดียว ส่วนผู้ได้รับเลือกตั้งอีก ๔ คน ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่แทน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2513 นายจรินทร์ สุวรรณธาดา ที่ 1 นายฉันท์ จันทชุม ที่ 2 นายชู อุ่นสมัย ที่ 3 นาย เขมชาติ ปุณยรัตนพันธ์ ที่ 4 นายมานิต มาศเกษม ที่ 5 นายประวัติ สิงหธวัช ที่ 6 นายถวิล พิมพ์มหินทร์ ที่ 7 นายเพชร จันทราช ที่ 8 ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความนาย - นายจรินทร์ สุวรรณธาดา ที่ 1 นายฉันท์ จันทชุม ที่ 2 นายชู อุ่นสมัย ที่ 3 · 6 - เขมชาติ ปุณยรัตนพันธ์ ที่ 4 นายมานิต มาศเกษม ที่ 5 นายประวัติ สิงหธวัช ที่ · ผู้ร้อง - นายถวิล พิมพ์มหินทร์ ที่ 7 นายเพชร จันทราช ที่ 8
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 724/2512ฎีกา 1323/2512ฎีกา 623/2514ฎีกา 1181/2518ฎีกา 1651-1655/2513ฎีกา 1901/2512ฎีกา 1180/2518ฎีกา 1241/2519ฎีกา 1450/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา