คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีเพื่อบังคับตามสิทธิที่มีอยู่ก่อนการถูกเพิกถอนสมาชิกภาพ ไม่จำเป็นต้องขอให้เพิกถอนมติที่ให้ขาดจากสมาชิกภาพก่อน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกร้องตามสิทธิของโจทก์ในขณะที่โจทก์ยังเป็นสมาชิกสมาคมจำเลยอยู่ ไม่ได้ขอให้เพิกถอนมติของสมาคมจำเลยที่ให้โจทก์ขาดจากสมาชิกภาพ จะยกบทบัญญัติมาตรา1291 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขึ้นมาปรับกับคดีหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ตามข้อบังคับและได้เปิดแผนกสงเคราะห์ (ณาปนกิจ) โดยมีวัตถุประสงค์ดำเนินงานด้านสงเคราะห์ เช่น ช่วยเหลือในการบำบัด งานสมรส งานทำศพขึ้นอีกแผนกหนึ่ง โจทก์เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมทั้งสองแผนก จำเลยมีข้อสัญญาว่า บรรดาบิดามารดาหรือภรรยาของสมาชิกถึงแก่กรรมจำเลยจะให้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่เก็บได้จากสมาชิก เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม๒๕๑๑ นางโบยี่ภรรยาของโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์ขอรับเงินทำศพจากจำเลยตามระเบียบ จำเลยไม่ยอมจ่ายอ้างว่าโจทก์เป็นหนี้ติดค้างค่าบำรุงศพสิบกว่าครั้งคณะกรรมการลงมติเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๑๑ ให้โจทก์ขาดจากสมาชิกภาพและงดจ่ายเงินค่าทำศพแล้ว จึงขอศาลบังคับให้จำเลยใช้เงิน ๕,๑๓๑ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ค้างค่าช่วยทำศพสิบกว่าราย คณะกรรมการประชุมลงมติให้สมาชิกที่เป็นหนี้ค่าบำรุงและค่าณาปนกิจขาดจากสมาชิกภาพแล้ว และตัดฟ้องว่า หากโจทก์เห็นว่าสมาคมจำเลยลงมติโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือกฎหมาย โจทก์ก็ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติเสียภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ลงมติ คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวนตามฟ้องให้แก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สมาคมจำเลยลงมติให้โจทก์ขาดจากสมาชิกภาพในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๑๑ ภรรยาโจทก์ตายเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๑๑โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๙๑ ที่จำเลยอ้างถึงมีความบัญญัติว่า "ถ้าสมาคมลงมติโดยฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมเองก็ดี หรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายก็ดี เมื่อสมาชิกคนหนึ่งคนใดหรือพนักงานอัยการร้องขอ ท่านให้ศาลเพิกถอนมตินั้นเสีย แต่การที่สมาชิกจะร้องต่อศาลเช่นนี้ ต้องร้องอย่าให้เนิ่นช้าเกินกว่ากำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ลงมตินั้น"ศาลฎีกาเห็นว่า จะยกบทบัญญัติดังกล่าวขึ้นมาปรับกับคดีนี้หาได้ไม่ เพราะโจทก์เรียกร้องตามสิทธิของโจทก์ในขณะที่โจทก์ยังเป็นสมาชิกสมาคมจำเลยอยู่โจทก์ไม่ได้ขอให้เพิกถอนมติของสมาคมจำเลยที่ให้โจทก์ขาดจากสมาชิกภาพแม้จะถือว่าโจทก์ขอให้เพิกถอนมติของสมาคมจำเลยไม่ได้เพราะเกินหนึ่งเดือนแล้วมติของสมาคมจำเลยเป็นผลให้จำเลยขาดจากสมาชิกภาพอย่างเร็วที่สุดก็เพียงในวันที่สมาคมจำเลยมีมติ คือวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๑๑ ก่อนนั้นคือวันที่ ๒๐เดือนเดียวกัน ต้องถือว่าโจทก์ยังเป็นสมาชิกอยู่ ภรรยาโจทก์ตายในวันที่ ๒๐นั้นเอง โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินค่าณาปนกิจจากจำเลยได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2516
นายซีเค็ก แซ่จิว โดยนายคิมเอ้ง แซ่โง้ว ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
สมาคมชาวจีนไหหลำแห่งภาคใต้ โดยนายชวน ตันติวุฒิพงศ์
นายดิลก พันธ์นรา นายอาฟิ แซ่เตียว นายคูส้น ผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้จัดการ
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายซีเค็ก แซ่จิว โดยนายคิมเอ้ง แซ่โง้ว ผู้รับมอบอำนาจ · ตันติวุฒิพงศ์ - สมาคมชาวจีนไหหลำแห่งภาคใต้ โดยนายชวน · ผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้จัดการ - นายดิลก พันธ์นรา นายอาฟิ แซ่เตียว นายคูส้น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัญชัย สัจจวานิช · ศวิต สมหวัง · แผ้ว ศิวะบวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายอนันต์ ยินดีผล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด มงคลชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา