⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1024/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินที่ขุดพบโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่ถือเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนหรือสมบัติของชาติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ

ย่อคำพิพากษา

การขุดพบพระพุทธรูปและสิงห์สัมฤทธิ์ แล้วนำมาสักการะบูชาไว้ในห้องที่บ้านของตน โดยมิได้แจ้งหรือนำส่งมอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เมื่อเพื่อนบ้านทราบก็มากราบไหว้สักการะบูชา อยู่ได้ประมาณ 3 วันก็ถูกลักไป นั้น ยังไม่พอฟังว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนหรือเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิที่แก้ไขแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2512 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกบังอาจลักเอาพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ๑ องค์ กับสิงห์สัมฤทธิ์ ๑ ตัวอันเป็นโบราณวัตถุและเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ ๓๐๘) พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๔ ซึ่งทรัพย์ทั้งสองอย่างเป็นวัตถุในทางศาสนา เป็นที่เคารพสักการะบูชาของประชาชนและเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติ ไปจากความดูแลรักษาของนายแบน โดยจำเลยเข้าไปลักในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้ดูแลรักษา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓ จำคุกจำเลย ๕ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับพวกร่วมกันลักเอาพระพุทธรูปและสิงห์สัมฤทธิ์ไปจริง และวินิจฉัยต่อไปว่า พระพุทธรูปและสิงห์สัมฤทธิ์ดังกล่าวเมื่อนายแบนขุดพบแล้วนำมาสักการะบูชาไว้ในห้องที่บ้านของนายแบนนางจวน เมื่อเพื่อนบ้านทราบว่านายแบนขุดพบพระพุทธรูปและสิงห์สัมฤทธิ์เป็นของเก่าก็มากราบไหว้สักการะบูชา อยู่ได้ประมาณ ๓ วัน ก็ถูกลักเอาไป ยังไม่พอฟังว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน และการที่นายแบนขุดพบพระพุทธรูปและสิงห์สัมฤทธิ์ แล้วมิได้แจ้งหรือนำส่งมอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ แต่นำไปเก็บรักษาไว้เอง ยังไม่พอฟังว่านายแบนได้เก็บรักษาทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นสมบัติของชาติ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ ที่แก้ไขแล้ว พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ จำคุกจำเลย ๒ ปี ให้จำเลยคืนพระพุทธรูปและสิงห์สัมฤทธิ์ หรือใช้ราคาทรัพย์ ๔,๐๐๐ บาท ให้แก่เจ้าของตามกฎหมาย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2518 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายตั้ว บุญเยี่ยม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ล. - นายตั้ว บุญเยี่ยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายกฤษณ์ ผือโย · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 745/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา