⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 745/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
"ส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ หมายถึงส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นรูปร่างพระพุทธรูปซึ่งหากถูกทำลายย่อมทำให้พระพุทธรูปขาดความสมบูรณ์.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันลักเอาผงดินของขลังซึ่งเป็นวัตถุในทางศาสนาที่ทำให้พระพุทธรูปมีความขลัง และทรงคุณค่าในความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอัดบรรจุอยู่ในพระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" จำนวนหนัก 4.50 กรัม ประมาณราคาไม่ได้ของวัดแจ้งสว่างไป ดังนี้ เป็นฟ้องที่ชัดเจนแล้วว่าผงดินของขลังและพระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" เป็นของวัดแจ้งสว่าง ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย ผงดินของขลังที่บรรจุในฐาน 4 องค์ พระพุทธรูปได้มาจากแหล่งสำคัญในทางพุทธศาสตราที่ประชาชนเคารพนับถือ โดยสภาพเป็นผงดินธรรมดา การนำมาบรรจุในฐานองค์พระพุทธรูปเพื่อให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระพุทธรูปยิ่งขึ้นนั้น ไม่ใช่วัตถุทางศาสนาซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน และคำว่า "ส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512 มาตรา 3 นั้น หมายถึงส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นรูปร่างพระพุทธรูป เช่น พระเศียร พระหัตถ์ พระกร และพระบาท ฯลฯ ซึ่งถ้าหากส่วนหนึ่งส่วนใดถูกตัดหรือถูกทำลายย่อมทำให้พระพุทธรูปขาดความสมบูรณ์ ผงดินของขลังที่บรรจุอยู่ในฐานองค์พระพุทธรูป แม้จะถูกนำออกไปก็หาทำให้พระพุทธรูปขาดความสมบูรณ์ไปไม่ รูปลักษณะของพระพุทธรูปยังคงอยู่ในสภาพเดิม ผงดินของขลังจึงไม่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป การที่จำเลยลักเอาผงดินของขลังไปจึงไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งหกไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2512 มาตรา 3 ตามที่จำเลยที่ 6 แต่ผู้เดียวได้ฎีกาขึ้นมา แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1)(7) ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 จะมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ด้วยก็ตาม โดยที่เป็นเหตุในลักษณะคดี จึงต้องมีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2512 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเหล็กสกัด ค้อน ใบเลื่อยตัดเหล็ก ไขควงเป็นอาวุธติดตัว ได้บังอาจร่วมกันลักเอาผงดินของขลังซึ่งเป็นวัตถุในทางศาสนาที่ทำให้พระพุทธรูปมีความขลัง และทรงคุณค่าในความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอัดบรรจุอยู่ใต้ฐานองค์พระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" จำนวนหนัก ๔.๕๐ กรัม ประมาณราคาไม่ได้ของวัดแจ้งสว่าง อยู่ในความดูแลรักษาของพระวิสารทสุธี เจ้าคณะอำเภอชุมแพรักษาการแทนเจ้าอาวาส และนายพิมพ์ ตาประดับมรรคทายกวัดแจ้งสว่างไป โดยจำเลยได้ร่วมกันใช้อาวุธดังกล่าวเป็นเครื่องเจาะสกัดผงดินของขลังออกมา แล้วลักเอาผงดินของขลังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธรูปและวัตถุในทางศาสนาอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน เป็นการบังอาจทำให้พระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" และผงดินของขลังเสียหาย ทำลาย และเสื่อมค่า ฯลฯ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยผงดินของขลังห่อผ้าขาวม้า ๑ ห่อ เหล็กสกัด ค้อน ใบเลื่อยตัดเหล็ก และไขควงเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๓)(๗), ๓๓๕ ทวิ วรรคสอง, ๓๖๐ ทวิ, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓, ๗ ฯลฯ ริบเหล็กสกัด ค้อน ใบเลื่อยตัดเหล็กไขควง ของกลาง และคืนผงดินของขลังของกลางให้เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ ฯลฯ ให้คืนผงดินของกลางแก่วัดแจ้งสว่าง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓ จำคุกคนละ ๕ ปี ริบเหล็กสกัด ค้อน ใบเลื่อยตัดเหล็ก และไขควงของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้งหกเป็นการกระทำโดยทุจริต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ข้อที่จำเลยที่ ๖ ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าผงดินของขลังที่อยู่ในองค์พระครูเหล็กเป็นทรัพย์ของผู้ใด หรือมีผู้ใดเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย แม้จะบรรยายฟ้องว่าพระครูเหล็กอยู่ในความดูแลของพระวิสารทสุธีเจ้าคณะอำเภอชุมแพ รักษาการแทนเจ้าอาวาสและนายพิมพ์ ตาประดับมรรคทายกวัดแจ้งสว่าง ก็ไม่พอเข้าใจได้ว่าพระครูเหล็กเป็นของพระวิสารทสุธี หรือนายพิมพ์ ตาประดับ เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันลักเอาผงดินของขลังซึ่งเป็นวัตถุในทางศาสนาที่ทำให้พระพุทธรูป มีความขลังและทรงคุณค่าในความศักดิ์สิทธิ์ซึ่อัดบรรจุอยู่ในพระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" จำนวนหนัก ๔.๕๐ กรัม ประมาณราคาไม่ได้ของวัดแจ้งสว่างชัดเจนแล้วว่าผงดินของขลังและพระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" เป็นของวัดแจ้งสว่าง ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๖ ฎีกาว่า ผงดินของขลังที่บรรจุอยู่ในองค์พระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" ไม่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดขององค์ "พระครูเหล็ก" และไม่ใช่ส่วนหนึ่งส่วนใดของวัตถุในทางศาสนา ตามประมวลกฎกมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓ นั้น เห็นว่า ได้ความจากพระวิสารทสุธีเจ้าคณะอำเภอชุมแพ พยานโจทก์ว่า ผงดินของขลังที่บรรจุในฐานพระองค์พระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" ได้มาจากแหล่งสำคัญในทางพุทธศาสนาที่ประชาชนเคารพนับถือโดยสภาพเป็นผงดินธรรมดา การนำมาบรรจุในฐานองค์พระพุทธรูปเพื่อให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระพุทธรูปยิ่งขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่วัตถุทางศาสนาซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน และคำว่า "ส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป" หมายถึง ส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นรูปร่างพระพุทธรูป เช่น พระเศียร พระหัตถ์ พระกร และพระบาท ฯลฯ ซึ่งถ้าหากส่วนหนึ่งส่วนใดถูกตัดหรือถูกทำลายย่อมทำให้พระพุทธรูปขาดความสมบูรณ์ ผงดินของขลังที่บรรจุอยู่ในฐานองค์พระพุทธรูป แม้จะถูกนำออกไปก็หาทำให้พระพุทธรูปขาดความสมบูรณ์ไปไม่ รูปลักษณะของพระพุทธรูปยังคงอยู่ในสภาพเดิม ผงดินของขลังจึงไม่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป "พระครูเหล็ก" การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๓ แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑)(๗) แม้จำเลยที่ ๑ถึงที่ ๕ จะมิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ โดยเหตุที่เป็นเหตุในลักษณะคดี จึงมีผลถึงจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑)(๗) ให้จำคุกจำเลยคนละ ๓ ปี นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 745/2520 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ วัดแจ้งสว่าง โดยนายพิมพ์ ตาประดับ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ร่วม นายถาวร อาริยะพลเจริญ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · โจทก์ร่วม - วัดแจ้งสว่าง โดยนายพิมพ์ ตาประดับ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายถาวร อาริยะพลเจริญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายก้อน คงแสนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา