คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยมีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นคนงานของบริษัทวิสาหกิจสินแร่สยามอเมริกัน จำกัด ได้เบิกและขนวัตถุระเบิดจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทไประเบิดแร่ในเขตสัมปทานของบริษัทตามจำนวนที่ระบุไว้ใน เอกสาร ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตให้มีและใช้ระเบิดได้ทั้งจำเลยมีใบคู่มือให้ควบคุมการขนของกลางขึ้นเขาศูนย์ และมีบัตรอนุญาตให้ผ่านเข้าบริเวณเขาศูนย์เขตประทานบัตรได้ดังนี้จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีวัตถุประสงค์ระเบิดของกลางไว้ในความครอบครองอันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.38 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.74
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีสายชนวนระเบิดอันเป็นเชื้อประทุดินดำจำนวน ๕ ขด ดินระเบิดชนิดดีเอ็ม ๓๕ ห่อ ดินระเบิดเม็ดสาคูแอมโมเนี่ยมไนเตรทจำนวน ๕ กิโลกรัมอันเป็นวัตถุระเบิดตามกฎหมายไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยของกลางดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓๘, ๗๔ ริบของกลาง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓๘ ๗๔ ให้จำคุก ๒ ปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนเจ้าของไป
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ตรงเส้นทางขึ้นเขาศูนย์พร้อมด้วยดินระเบิด ชนิดดีเอ็ม ดินระเบิดชนิดเม็ดสาคูและสายชนวนตามฟ้องเป็นของกลาง จำเลยแสดงขอเบิกและควบคุมวัตถุของกลางของบริษัทวิสาหกิจสินแร่สยามอเมริกัน จำกัด เป็นเอกสารคุ้มครองการนำไปแต่เจ้าพนักงานตำรวจอ้างเหตุจับกุมว่าจำเลยจะนำไประเบิดแร่ที่หลุมส่วนตัวนอกเขต สัมปทาน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยมีวัตถุระเบิดของกลางไว้ในความครอบครองเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่
พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีหลุ่มแร่ของจำเลยอยู่นอกเขตประทานบัตรแต่กลับปรากฏตามที่พลตำรวจปรีชา และพลตำรวจสุรินทร์เบิกความรับว่า เมื่อตรวจพบของกลางจำเลยได้แสดงใบขอเบิกและควบคุมวัตถุระเบิดให้พยานโจทก์ทั้งสองดู เอกสารดังกล่าวมีข้อความแสดงพอให้ทราบได้ว่าจำเลยเป็นคนงานของบริษัทวิสาหกิจสินแร่สยามอเมริกัน จำกัด ซึ่งได้เบิกและขนวัตถุระเบิดไประเบิดแร่ในเขตสัมปทานของบริษัทตามจำนวนที่ระบุในเอกสาร ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตให้มีและใช้ระเบิดได้ ทั้งจำเลยก็นำสืบฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนงานของบริษัทดังกล่าว จำเลยได้เบิกวัตถุระเบิดของกลางจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท มีใบคู่มือให้ควบคุมการขนของกลางขึ้นเขาศูนย์ และมีบัตรอนุญาตให้ผ่านเข้าบริเวณเขาศูนย์เขตประทานบัตรได้ ดังนี้จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีวัตถุระเบิดของกลางไว้ในความครอบครองอันจะเป็นความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2518
พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์
นางราย ธรฤทธิ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · ล. - นางราย ธรฤทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท บริรักษ์ · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายประสิทธิ์ สุบรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต ถาวรสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา