⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3779/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3779/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องมีเจตนาที่จะมีวัตถุระเบิดนั้นไว้ในครอบครอง หากไม่ทราบว่าวัตถุนั้นเป็นวัตถุระเบิด ย่อมไม่มีเจตนาที่จะกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะเป็นผู้เก็บวัตถุระเบิดของกลางมา แต่จำเลยก็ไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด เพิ่งทราบเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจที่ตรวจค้นบอก จำเลยจึงไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่โจทก์ฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.38 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.74

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 38, 74 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 9 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 38 ประกอบด้วยมาตรา 74 คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 9 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า วัตถุระเบิดของกลางที่อยู่ในครอบครองของจำเลยมีจำนวนเพียงเล็กน้อยทั้งยังปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยเก็บวัตถุระเบิดของกลางได้ มิใช่จำเลยจัดหามาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด จำเลยอาจกระทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเห็นควรลงโทษจำเลยสถานเบาโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือนของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนของกลางเป็นของที่มีไว้เป็นความผิดจึงให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2533 เวลา 14.40 นาฬิกาจ่าสิบตำรวจทวีป จันทร์เจริญ สิบตำรวจเอกวิทูรย์ จันทะลองเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองน่าน กับพวกรวมประมาณ10 คน นำหมายค้นของสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองน่านไปทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 6 ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่านจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นบ้านของนายเชาว์ อินวงศ์ษา กับจำเลย ไม่พบนายเชาว์ คงพบแต่จำเลย เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวทำการตรวจค้นบ้านพบวัตถุระเบิดชนิดทีเอ็นทีจำนวน 1 แท่ง อยู่ในห้องนอนของบ้านดังกล่าวและจับกุมจำเลยดำเนินคดีข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า จำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจทวีป จันทร์เจริญ และสิบตำรวจเอกวิทูรย์ จันทะลอง เป็นพยานเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุเวลา 14.40 นาฬิกา พยานทั้งสองกับพวกร่วมกันตรวจค้นบ้านเลขที่23 หมู่ที่ 6 ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านซึ่งเป็นบ้านของนายเชาว์ อินวงศ์ษา สามีจำเลย เพราะสงสัยว่าจะมีของผิดกฎหมายเมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวไม่พบนายเชาว์คงพบแต่จำเลยซึ่งยินยอมให้ค้นโดยดี การตรวจค้นได้พบวัตถุระเบิดทีเอ็นที จำนวน 1 แท่งเป็นแท่งกลมยาวประมาณ 2 นิ้ว อยู่ในห้องนอนบ้านดังกล่าว เห็นว่าจากคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจทวีปและสิบตำรวจเอกวิทูรย์ตอบทนายจำเลยถามค้านตรงกันว่าที่ไปค้นบ้านดังกล่าว เพราะสงสัยว่านายเชาว์เป็นคนร้ายลักทรัพย์ในท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอนาน้อย นอกจากนี้สิบตำรวจเอกวิทูรย์ จันทะลอง ได้เบิกความว่า เมื่อถามว่าวัตถุระเบิดดังกล่าวเป็นของใคร จำเลยตอบว่าเก็บวัตถุระเบิดดังกล่าวมาจากริมแม่น้ำน่าน ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้ชัดเจนว่าเมื่อกลับจากทำสวนได้พบดินระเบิดดังกล่าวที่ฝั่งน้ำบ้านคอวังตำบลกองควาย จึงเก็บมาไว้ที่บ้านโดยไม่ทราบว่าดินระเบิดดังกล่าวเป็นสิ่งของที่ผิดกฎหมาย ดังปรากฏตามบันทึกการสอบสวนลงวันที่ 18มกราคม 2533 เอกสารหมาย จ.3 ร้อยตำรวจเอกวิทยา อุตบุรี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองน่าน เบิกความว่า ระเบิดของกลางนายทะเบียนสามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ระเบิดชนิดนี้ระเบิดหิน พันตำรวจโทถาวร พลอยเลื่อมแสง รับราชการกองกำกับการวิทยาการ ผู้ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดของกลางคดีนี้ก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า กล่องวัตถุระเบิดของกลางดังกล่าวหากคนธรรมดาซึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องระเบิด เห็นกล่องดังกล่าวจะไม่รู้ว่าเป็นระเบิดทีเอ็นที จำเลยเองก็นำสืบไว้ชัดว่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจพบของกลางที่ข้างฝาบ้าน ได้สอบถามจำเลยว่ารู้จักไหม จำเลยตอบว่าไม่รู้จัก เจ้าพนักงานตำรวจจึงบอกว่าเป็นวัตถุระเบิดและที่ให้การรับในชั้นสอบสวนก็รับเพียงว่าของกลางอยู่ในบ้านจริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด และของกลางมิได้เป็นของตนเช่นนี้ จึงเห็นได้ว่าแม้จำเลยจะเก็บวัตถุระเบิดของกลางมาแต่จำเลยเองก็ไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด เพิ่งทราบเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจที่ตรวจค้นบอก จำเลยจึงไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่โจทก์ฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า จำเลยไม่มีความผิด ให้ยกฟ้องนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3779/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน โจทก์ นาง กา ญจนา อินวงศ์ษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด น่าน · จำเลย - นาง กา ญจนา อินวงศ์ษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1958/2526ฎีกา 2890-2891/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ