⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 227/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทรัพย์ของทางราชการหายไป โดยไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปกครองหรือรักษาทรัพย์นั้น มีเจตนาทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำ ย่อมไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์ของทางราชการหายโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปกครองหรือรักษาทรัพย์นั้นได้มีเจตนาทำให้เสียหายทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำ จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา158

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบหมายอาวุธปืนและกระสุนปืนซึ่งเป็นทรัพย์ของกรมตำรวจไว้ใช้ในราชการขณะจำเลยปฏิบัติหน้าที่จำเลยมีเจตนาทุจริต เบียดบัง ยักยอก ทำให้เสียหาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งอาวุธปืนและกระสุนปืนไปเป็นประโยชน์ของจำเลยเอง หรือเป็นของผู้อื่น หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำการโดยเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่า ปืนและกระสุนปืนของทางราชการหายไปโดยไม่ใช่ด้วยความทุจริตของจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปกครองรักษาอาวุธปืนและกระสุนของกรมตำรวจ การที่ปืนและกระสุนปืนหายไปในระหว่างที่อยู่ในปกครองรักษาของจำเลย ก็ได้ชื่อว่าจำเลยทำให้ทรัพย์นั้นสูญหายหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนัน ต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้มาตรานี้ไม่ได้บัญญัติเรื่องเจตนาทุจริตไว้ดังฎีกาโจทก์ ตามหลักทั่วไป ความรับผิดทางอาญาของบุคคลก็ต้องปรากฎว่าผู้นั้นกระทำผิดโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ เป็นองค์ประกอบอันสำคัญ เมื่อทรัพย์ของทางราชการรายนี้หายไปโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำ เช่นนั้น ก็จะลงโทษจำเลยในทางอาญาหาได้ไม่ แม้จำเลยจะเป็นเจ้าพนักงาน ที่จะลงโทษได้ก็ต้องได้ความว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดดุจกัน ศาลทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2507 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจสำรองพิเศษ ปรีชา พึ่งแสง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - พลตำรวจสำรองพิเศษ ปรีชา พึ่งแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอาทิตย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1958/2526ฎีกา 2890-2891/2519ฎีกา 8366/2542ฎีกา 4259/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา