คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1444/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้เพราะเหตุเจ้าหนี้กระทำโดยไม่สุจริตตามมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ที่ถูกเพิกถอนได้
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 92 บัญญัติถึงวิธีการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายไว้โดยเฉพาะแล้ว การที่ศาลเพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพราะเหตุเจ้าหนี้ได้กระทำโดยไม่สุจริตตาม มาตรา 114 นั้นเป็นกรณีที่ไม่ต้องด้วยมาตรา 92 ดังกล่าว เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ที่ถูกเพิกถอน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.90 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.92 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.114
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ที่ถูกเพิกถอนการชำระหนี้ตามคำสั่งศาลจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่า กรณีของผู้ร้องเป็นการที่ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ตามมาตรา ๑๑๔ จึงมิใช่กรณีที่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ที่จะมีสิทธิขอรับชำระหนี้ เดิมภายในกำหนดเวลา ๒ เดือน นับแต่คดีถึงที่สุดตาม มาตรา ๙๒ เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้บัญญัติถึงวิธีการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายไว้โดยเฉพาะ ซึ่งมาตรา ๙๑ บัญญัติให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจท์หรือไม่ก็ตามต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาด ฯลฯ แต่มีบัญญัติไว้เป็นพิเศษในมาตรา ๙๒ ให้บุคคลที่ได้รับความเสียหาย เฉพาะ ๓ กรณีคือเพราะสิ่งของของตนถูกยึดไปตามมาตรา ๑๐๙ (๓) หรือเพราะการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ถูกเพิกถอนตามมาตรา ๑๑๔ หรือเพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญาตามมาตรา ๑๒๒ มีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับราคาสิ่งของหรือหนี้เดิมหรือค่าเสียหายได้แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑ แต่ให้นับจากวันที่อาจใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ได้ ถ้าข้อโต้เถียงเป็นคดีถึงที่สุด ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมาตรา ๙๒ บัญญัติให้สิทธิบุคคลที่ได้รับความเสียหายเฉพาะ ๓ กรณีดังกล่าวแล้ว ขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาสองเดือน นับจากวันที่อาจขอรับชำระหนี้ หรือนับจากวันคดีถึงที่สุดได้เป็นพิเศษนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๑ ก็ต้องเป็นไปตามนั้นจะให้หมายความรวมถึงกรณีบุคคลที่ได้รับความเสียหาย เพราะการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ถูกเพิกถอน เพราะเหตุได้กระทำโดยไม่สุจริตและไม่มีค่าตอบแทนตามมาตรา ๑๑๔ ว่ามีสิทธิขอรับชำระหนี้เดิมนับจากวันคดีถึงที่สุด ตามมาตรา ๙๒ ด้วยอีกกรณีหนึ่ง ย่อมไม่ได้ พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๒ ได้บัญญัติถึงวิธีการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายไว้โดยเฉพาะดังวินิจฉัยแล้ว เมื่อกรณีของเจ้าหนี้คดีนี้เป็นเรื่องถูกศาลพิพากษาเพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างผู้ชำระบัญชีของบริษัทลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพราะเหตุเจ้าหนี้ได้กระทำโดยไม่สุจริตตามมาตรา ๑๑๔ เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ที่ถูกเพิกถอนซึ่งพออนุโลมว่าเป็นส่วนหนึ่งของหนี้เดิมภายในกำหนดเวลาสองเดือน นับจากวันคดีถึงที่สุดตามมาตรา ๙๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้ และคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ดังกล่าว ก็พ้นกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๑แล้วอีกด้วย เจ้าหนี้จึงหมดสิทธิขอรับชำระหนี้รายนี้แล้ว ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1444/2523
นายธวัชชัย ไสวรัตนพงษ์ ฯ ผู้ร้อง
นายเอาวตาร์ซิงจาวลา เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายธวัชชัย ไสวรัตนพงษ์ ฯ · เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ - นายเอาวตาร์ซิงจาวลา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา