คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอจดทะเบียนรับรองบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1548 วรรคสอง เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องแจ้งให้เด็กและมารดาทราบเพื่อเปิดโอกาสให้คัดค้านก่อน หากไม่ทราบที่อยู่มารดาต้องปิดประกาศหรือแจ้งความทางหนังสือพิมพ์ โดยผู้ร้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
ย่อคำพิพากษา
การขอจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548 วรรคสองนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งความการขอจดทะเบียนไปยังเด็กและมารดา เพื่อเปิดโอกาสให้คัดค้านหรือไม่คัดค้านหากไม่ทราบที่อยู่ของมารดาเด็กก็ควรปิดประกาศหรือแจ้งความทางหนังสือพิมพ์โดยให้ผู้ร้องขอจดทะเบียนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเมื่อไม่มีการคัดค้าน เจ้าหน้าที่ต้องจดทะเบียนให้ จะอ้างระเบียบภายในโดยมิได้ปฏิบัติตามวรรคสองของมาตรา 1548 เสียก่อนย่อมไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์อยู่กินเป็นสามีภริยากับนางทัศนีย์อินทรศรโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือเด็กชายนพดลและเด็กหญิงสุภัทรา วงศ์ปถัมภ์ อายุ ๗ ปีและ๕ ปี ตามลำดับ ต่อมานางทัศนีย์ได้เลิกร้างกับโจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอจดทะเบียนการรับรองบุตร ณ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ต่อจำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนท้องถิ่นเขตพญาไท แต่จำเลยไม่ยอมจดทะเบียนให้เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรับคำร้องและจดทะเบียนการรับรองบุตรทั้งสองของโจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยปฏิบัติราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการทุกประการ โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยรับจดทะเบียนการรับรองบุตรโดยฝ่าฝืนกฎหมายขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจารณา โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่า เหตุที่จำเลยไม่รับจดทะเบียนให้เนื่องจากโจทก์แจ้งว่าไม่ทราบว่ามารดาเด็กอยู่ที่ใด ไม่สามารถติดตามมารดาเด็กมาให้ความยินยอมได้ เพราะขัดต่อระเบียบราชการที่ว่าต้องให้เด็กและมารดาให้ความยินยอมจึงจะจดทะเบียนการรับรองบุตรได้
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสำนักทะเบียนกลางที่ไม่จดทะเบียนการรับรองบุตรให้โจทก์ เพราะเด็กและมารดาไม่ได้มาให้ความยินยอม พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๔๘ วรรคสอง เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งความการขอจดทะเบียนไปยังเด็กและมารดาเด็กเอง เพื่อเปิดโอกาสให้คัดค้านหรือไม่คัดค้าน ในกรณีที่ไม่ทราบที่อยู่ของมารดาเด็กก็น่าจะได้ปิดประกาศหรือแจ้งความทางหนังสือพิมพ์ โดยให้ผู้ร้องขอจดทะเบียนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายได้ การวางระเบียบให้เด็กและมารดามาให้ความยินยอมด้วย เป็นระเบียบภายในเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เมื่อโจทก์ขอจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรและแจ้งว่าไม่ทราบที่อยู่ของมารดาเด็ก เจ้าหน้าที่ก็อาจจะแจ้งความการขอจดทะเบียนให้ทราบทางอื่นได้ดังกล่าว เมื่อไม่มีการคัดค้านเจ้าหน้าที่ก็ต้องจัดการจดทะเบียนให้ จะอ้างเพียงระเบียบภายในโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕๔๘ วรรคสอง เสียก่อนย่อมไม่ชอบ
พิพากษากลับ ให้จำเลยรับคำร้องของโจทก์ไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2524
พลตำรวจสำรองศิริพงษ์ วงศ์ปถัมภ์ โจทก์
นายสิริ นวลอุไร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พลตำรวจสำรองศิริพงษ์ วงศ์ปถัมภ์ · จำเลย - นายสิริ นวลอุไร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายศักดิ์ สนองชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา