⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3611/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อไม่มีข้อตกลงให้เป็นนายหน้า โจทก์ก็ไม่อาจฟ้องเรียกค่านายหน้าได้ แม้จะเป็นผู้ชี้ช่องให้เกิดการซื้อขายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญานายหน้าทำขึ้น 2 ฉบับ ฉบับที่โจทก์อ้างว่าตนยึดถือไว้มีการเพิ่มเติมและขีดฆ่าชื่อนายหน้าเป็นพิรุธ ส่วนฉบับที่อยู่กับจำเลยไม่มีรอยขีดฆ่าตกเติมแต่อย่างใด ทั้งไม่มีชื่อโจทก์เป็นคู่สัญญา จึงฟังว่าจำเลยไม่ได้ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดิน แม้จะได้ความตามที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้ชี้ช่องจนได้มีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกัน แต่เมื่อ จำเลยมิได้ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้า โจทก์ก็ฟ้องจำเลยให้จ่าย ค่านายหน้าหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ชั้นนี้มีประเด็นวินิจฉัยเพียงว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 จะต้องรับผิดใช้ค่านายหน้าแก่โจทก์หรือไม่พิจารณาแล้ว โจทก์นำสืบว่าทำสัญญานายหน้ากับจำเลยที่ 1 ผู้เดียวเพราะจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกมีอำนาจลงชื่อแทนทายาททั้งหมดเห็นว่าผู้จัดการมรดกของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี มีด้วยกัน 7 คน หาใช่มีแต่จำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวไม่ และจากสัญญานายหน้าเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งโจทก์อ้างว่าโจทก์ยึดถือไว้ กับสัญญานายหน้าเอกสารหมาย ล.1 ซึ่งอยู่ที่จำเลยที่ 1 มีข้อความเขียนไว้ต่อท้ายลายเซ็นของจำเลยที่ 1 ว่า "เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการมรดกอีก 6 คนแล้ว" แสดงว่าขณะทำสัญญานายหน้าดังกล่าวจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการมรดกคนอื่น แต่ได้กระทำไปโดยพลการ ทั้งยังได้ความตามข้อนำสืบของจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญานายหน้ากับนายทวี แซ่ล้อ, นายฟุ้ง ทองนวล, นายสุทินและนายสุจินต์ (ไม่ปรากฏนามสกุล) ปรากฏตามสัญญาที่จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้ตามเอกสารหมาย ล.1พิเคราะห์แล้วเอกสารหมาย ล.1 ไม่มีชื่อโจทก์เป็นคู่สัญญา แต่ฉบับหมาย จ.2 ที่โจทก์อ้างมีชื่อนายหน้ามากกว่าเอกสารหมาย ล.1 ถึง 2 คน คือนายเจือ ม่วงชุ่ม และโจทก์ โดยเขียนเพิ่มเติมลงไปในภายหลังสีของหมึกแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งมีรอยขีดฆ่าชื่อนายทวี แซ่ล้อ กับนายสุทินออก มีหมายเหตุว่า ชื่อที่ฆ่าขอสละสิทธิถ้ามีเหตุอันใดเกิดขึ้นไม่ขอรับผิดชอบ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสัญญานายหน้าทำขึ้น 2 ฉบับ ฉบับที่โจทก์อ้างว่าตนยึดถือไว้มีการเพิ่มเติมและขีดฆ่าชื่อนายหน้าเป็นพิรุธ ส่วนฉบับที่อยู่กับจำเลยที่ 1 ไม่มีรอยขีดฆ่าตกเติมแต่อย่างใด ทั้งไม่มีชื่อโจทก์เป็นคู่สัญญา จึงฟังว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินรายนี้ แม้จะได้ความตามที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เป็นผู้ชี้ช่องจนได้มีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกัน แต่เมื่อจำเลยมิได้ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้า โจทก์ก็ฟ้องจำเลยให้จ่ายเงินค่านายหน้าหาได้ไม่ จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ไม่ต้องรับผิดใช้ค่านายหน้าแก่โจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2524 นางบุญเรือน เพชรน้อย โจทก์ พระพิบูลย์ไอศวรรย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญเรือน เพชรน้อย · จำเลย - พระพิบูลย์ไอศวรรย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · พูน จักรเสน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1000/2496ฎีกา 827/2523ฎีกา 6056/2534ฎีกา 56/2520ฎีกา 7550/2550ฎีกา 446/2473ฎีกา 524/2537ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2750/2530ฎีกา 5138/2531ฎีกา 257/2522ฎีกา 544/2500ฎีกา 3592/2532ฎีกา 395/2525ฎีกา 991/2545ฎีกา 4767/2565ฎีกา 5419/2537ฎีกา 794/2533ฎีกา 575/2509ฎีกา 517/2494ฎีกา 186/2510ฎีกา 1249/2506ฎีกา 5103/2539ฎีกา 704/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา