⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3679/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3679/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* พระราชบัญญัติล้มละลายมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้โดยเป็นธรรมและรวดเร็ว. * เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจงดการสอบสวนเรื่องหนี้สินได้ หากพยานหลักฐานเพียงพอ หรือพยานให้การฟุ่มเฟือยเกินควรหรือประวิงให้ชักช้า.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติล้มละลายมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ได้รับชำระหนี้โดยเป็นธรรม ตามส่วนเฉลี่ยแห่งหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ป้องกันมิให้ลูกหนี้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์ของตน.มิให้ถูกบังคับชำระหนี้และให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยรวดเร็ว ที่ลูกหนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับบริษัท อ. ในคดีล้มละลายเมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลก็ได้จำหน่ายคดีเฉพาะลูกหนี้แล้วลูกหนี้และบริษัท อ. มิได้มีเจ้าหนี้แต่เฉพาะเจ้าหนี้ในคดีนี้ แต่อาจมีเจ้าหนี้หลายรายแตกต่างกันไป ถ้าศาลจะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้จนกว่าคดีล้มละลายถึงที่สุด ก็ย่อมจะเสียหายแก่เจ้าหนี้รายอื่น จึงไม่มีเหตุที่จะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้ การสอบสวน เรื่องหนี้สินเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้นั้นเมื่อ จ.พ.ท. เห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่ได้สอบสวนมาแล้วเพียงพอที่จะทำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้นั้นต่อศาล หรือพยานที่เจ้าหนี้ หรือลูกหนี้อ้างมาให้การฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็น จ.พ.ท.ย่อมมีอำนาจที่จะงดการสอบสวนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.104 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.105 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.130 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ธนาคารสหมาลายัน จำกัด เจ้าหนี้รายที่ ๔ ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ คือ อันดับ ๑ เป็นหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๓๒๘/๒๕๑๕ จำนวนเงิน ๘๗๗,๙๔๘ บาท ๕๐ สตางค์ อันดับที่ ๒เป็นหนี้ตามหนังสือค้ำประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่งจำกัด จำนวนเงิน ๔,๕๔๓,๙๐๔ บาท ๙๙ สตางค์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดเจ้าหนี้และลูกหนี้มาตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๑๐๔ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ แล้ว ลูกหนี้ยื่นคำคัดค้านว่า หนี้ตามคำพิพากษามีเพียง ๒๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ส่วนหนี้ตามหนังสือค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัดนั้น ธนาคารได้ฟ้องบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด และลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายตามคดีหมายเลขดำที่ ล.๙๘/๒๕๒๐ ของศาลแพ่งคดีอยู่ระหว่างศาลพิจารณาการค้ำประกันรายนี้ไม่ได้ค้ำประกันรับผิดเป็นส่วนตัว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนคำขอรับชำระหนี้แล้วมีความเห็นให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้อันดับ ๑ ซึ่งเป็นหนี้ตามคำพิพากษาจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา ๑๓๐(๘) ส่วนที่ขอเกินมาให้ยก ให้ได้รับชำระหนี้อันดับ ๒คือหนี้ตามหนังสือค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัดจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา ๑๓๐(๘) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ โดยมีข้อแม้ว่า หากเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด ผู้ล้มละลายเพียงใดก็ให้สิทธิเจ้าหนี้ที่จะได้รับชำระหนี้ลดลงเพียงนั้น ส่วนที่ขอเกินมาให้ยก ศาลชั้นต้น มีคำสั่งให้ธนาคารสหมาลายัน จำกัด เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้อุทธรณ์เฉพาะหนี้อันดับที่ ๒ ซึ่งเป็นหนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด โดยอุทธรณ์ว่า ศาลควรจะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้ จนกว่าคดีล้มละลายที่ธนาคารเจ้าหนี้เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด กับพวกเป็นจำเลยถึงที่สุดเสียก่อนเพราะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกกันไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้วพิพากษายืน ลูกหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติล้มละลายมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ได้รับชำระหนี้โดยเป็นธรรม ตามส่วนเฉลี่ยแห่งหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ป้องกันมิให้ลูกหนี้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์ของตนมิให้ถูกบังคับชำระหนี้ และให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยรวดเร็วดังจะเห็นได้จากมาตรา ๑๕๓ ที่บัญญัติว่ากระบวนพิจารณาคดีล้มละลายให้ดำเนินเป็นการด่วน ที่ลูกหนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลยและร่วมกับบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่งจำกัดในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ๕๖/๒๕๒๒ ของศาลแพ่งนั้น เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในคดีนี้ ศาลแพ่งก็ได้จำหน่ายคดีเฉพาะลูกหนี้แล้วลูกหนี้และบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด มิได้มีเจ้าหนี้แต่เฉพาะเจ้าหนี้ในคดีนี้แต่อาจจะมีเจ้าหนี้หลายรายแตกต่างกันไป ถ้าศาลจะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้จนกว่าคดีล้มละลายของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๕๖/๒๕๒๒ จะถึงที่สุดก่อน ก็ย่อมจะเสียหายแก่เจ้าหนี้รายอื่น ๆ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๐๕ นั้นแสดงว่าการสอบสวนเรื่องหนี้สินเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้นั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่ได้สอบสวนมาแล้วเพียงพอที่จะนำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้นั้นต่อศาลได้แล้ว หรือพยานที่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้อ้างมาให้การฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้า หรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจที่จะงดการสอบสวนได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3679/2524 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ ธนาคารสหมาลายัน จำกัด ผู้ขอรับชำระหนี้รายที่ 4 นายถวัลย์ มนูพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · 4 - ธนาคารสหมาลายัน จำกัด ผู้ขอรับชำระหนี้รายที่ · จำเลย - นายถวัลย์ มนูพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · บรรเทอง ภู่กฤษณา · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุชาติ ถาวรวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง อุณหวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6968/2537ฎีกา 4823/2545ฎีกา 946/2509ฎีกา 6210/2534ฎีกา 2634/2534ฎีกา 4537/2536ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1228/2505ฎีกา 518/2538ฎีกา 2099/2532ฎีกา 3319/2545ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4562/2536ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4278/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2555/2536ฎีกา 726/2512ฎีกา 44/2549ฎีกา 8853/2550ฎีกา 845/2545ฎีกา 2203/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา