⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2673/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2673/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประสบอันตรายระหว่างการเดินทางกลับจากการปฏิบัติงานพิเศษตามคำสั่งของนายจ้าง ถือเป็นการประสบอันตรายขณะปฏิบัติงานและมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

งานประจำของโจทก์คือกิจการของธนาคารในหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เมื่อธนาคารผู้เป็นนายจ้างมีคำสั่งให้โจทก์ไปแข่งขันกีฬาที่จังหวัดระยองระหว่างพนักงานธนาคารด้วยกัน ย่อมเป็นงานพิเศษตามครั้งคราวที่ธนาคารผู้เป็นนายจ้างจะมีคำสั่ง และเมื่อถึงวันปิดการแข่งขันโจทก์ก็ได้เดินทางกลับหน่วยงานประจำเช่นนี้ ตราบใดที่โจทก์ยังกลับไม่ถึงที่พักประจำในหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคม ก็ยังได้ชื่อว่าโจทก์ปฏิบัติงานพิเศษกลับจากการ แข่งขันกีฬา เป็นการปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง การที่โจทก์ได้รับอันตรายระหว่างเดินทางกลับจึงเป็นการประสบอันตรายขณะปฏิบัติงานให้แก่นายจ้างและมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปฏิบัติงานประจำอยู่ที่สำนักงานหน่วยอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๕ โจทก์ได้รับคำสั่งจากผู้จัดการประจำสาขาลพบุรี ให้เป็นนักกีฬาของสาขาไปแข่งขันกีฬาประจำปีที่จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นนโยบายอย่างหนึ่งของธนาคาร การไปแข่งขันกีฬาจึงถือว่าเป็นการปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง และมีสิทธิเบิกเบี้ยเลี้ยงและค่าพาหนะเดินทางได้ตลอดระยะทางไปกลับระหว่างหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคมถึงจังหวัดระยอง โจทก์ออกเดินทางตามคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ วันที่ ๑๓ เดือนเดียวกันเสร็จการแข่งขัน โจทก์จึงเดินทางกลับมาถึงสำนักงานสาขาธนาคารของนายจ้างที่จังหวัดลพบุรี ในวันที่ ๑๕ โจทก์ออกเดินทางจากสาขาจังหวัดลพบุรีเพื่อไปปฏิบัติงานที่ที่ทำการหน่วยอำเภอพัฒนานิคม ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับชนกับรถไถลากเทลเลอร์ โดยมิใช่ความผิดหรือความประมาทของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสระหว่างปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง โจทก์ยื่นคำร้องขอเงินทดแทนต่อพนักงานเงินทดแทนของจำเลย ได้รับคำตอบว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนโจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลย แต่จำเลยวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยและให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนเท่าที่โจทก์เจ็บป่วยทำงานไม่ได้ ๒๘ วัน เป็นเงิน ๒,๑๑๕.๒๐ บาท ให้จ่ายเงินทดแทนเพราะเหตุโจทก์ตาตุ่มข้างซ้ายแตกทำให้อวัยวะส่วนนี้หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ถือว่าเสียอวัยวะส่วนนี้ไปเป็นเงิน ๑๒๓,๒๐๐ บาท ให้จำเลยสั่งนายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงทั้งหมดให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า การเกิดอุบัติเหตุตามฟ้องถือมิได้ว่าเกิดขึ้นเนื่องจากการที่โจทก์ทำงานให้แก่ธนาคารผู้เป็นนายจ้าง ช่วงเวลานับแต่โจทก์ออกเดินทางจากสาขาลพบุรีเมื่อเวลา ๐๖.๓๐ นาฬิกาจนถึงขณะประสบอุบัติเหตุเมื่อเวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกาไม่ใช่เวลาทำงานตามปกติของโจทก์ การแข่งขันกีฬาที่นายจ้างจัดขึ้นได้สิ้นสุดลงแล้ว การเดินทางจากสาขาลพบุรีไปยังหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคม ถือเป็นการเดินทางตามปกติของลูกจ้างเพื่อไปทำงานตามหน้าที่เหมือนอย่างเดินทางออกจากบ้านพักไปทำงาน ไม่ถือว่าอยู่ในระหว่างปฏิบัติงานให้นายจ้าง โจทก์ไม่ได้รับอันตรายถึงกับสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะตามฟ้อง ไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนด้วยเหตุดังกล่าว และไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยสั่งให้นายจ้างของโจทก์จ่ายค่ารักษาพยาบาล อีกทั้งไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนเพราะเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ ๒๘ วัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลย ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนให้แก่โจทก์โดยพิจารณาตามสิทธิที่โจทก์จะพึงได้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๕๒, ๕๕ ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรธนาคารมีสาขาจังหวัดลพบุรี โจทก์ทำงานประจำที่สำนักงานหน่วยอำเภอพัฒนานิคม ธนาคารมีคำสั่งให้โจทก์เดินทางไปแข่งขันกีฬาฟุตบอล ซึ่งธนาคารจัดขึ้นระหว่างพนักงานในสาขาต่าง ๆ รวมทั้งสำนักงานใหญ่เป็นประจำทุกปีโดยสำหรับปีเกิดเหตุได้กำหนดสถานที่แข่งขันคือจังหวัดระยอง โจทก์ออกเดินทางโดยขับขี่รถจักรยานยน์ของธนาคารจากหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคมไปยังสาขาลพบุรี แล้วขึ้นรถยนต์ซึ่งธนาคารจ้างเหมารับส่งนักกีฬาไปจังหวัดระยอง ครั้นการแข่งขันเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ วันรุ่งขึ้นโจทก์ขึ้นรถยนต์ที่ธนาคารจ้างเหมากลับถึงสาขาลพบุรี เมื่อเวลา ๒๑ นาฬิกาโจทก์พักนอนที่สาขาลพบุรี ๑ คืน วันที่ ๑๕ เดือนเดียวกันเวลาเช้า โจทก์ขับขี่รถจักรยานยนต์ของธนาคารเพื่อกลับหน่วยงานประจำที่อำเภอพัฒนานิคมโดยมีพนักงานธนาคารอีกคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายไปด้วยระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุชนกับรถไถลากเทลเลอร์ เป็นเหตุให้โจทก์กับพวกได้รับบาดเจ็บแล้ววินิจฉัยว่างานประจำของโจทก์คือกิจการของธนาคารในหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคมการซ้อมกีฬาหรือการแข่งขันกีฬาระหว่างพนักงานธนาคารเป็นงานพิเศษตามครั้งคราวตามที่ธนาคารผู้เป็นนายจ้างจะมีคำสั่ง โจทก์ต้องไปแข่งขันกีฬาที่จังหวัดระยองตามคำสั่งของธนาคารผู้เป็นนายจ้าง จะถือว่าการปฏิบัติงานพิเศษนี้สิ้นสุดในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นวันปิดการแข่งขันหาได้ไม่ เพราะช่วงการเดินทางกลับหน่วยงานประจำก็ยังเป็นการกลับจากการแข่งขันกีฬานั้นเอง ตราบใดที่โจทก์ยังกลับไม่ถึงที่พักประจำในหน่วยงานอำเภอพัฒนานิคม ก็ยังได้ชื่อว่าโจทก์ปฏิบัติงานพิเศษกลับจากการแข่งขันกีฬาเป็นการปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง เมื่อเหตุที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดหรือความประมาทของโจทก์จึงไม่มีเหตุยกเว้นที่นายจ้างจะไม่ต้องจ่ายเงินทดแทนเมื่อลูกจ้างประสบอันตราย ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า อันตรายที่โจทก์ได้รับไม่เป็นการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะ ไม่พิการ ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินทดแทนอีกด้วย เห็นว่าศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ค่าจ้างของโจทก์อัตราสุดท้ายเดือนละเท่าใด เพราะโจทก์บรรยายฟ้องว่าเดือนละ ๓,๔๗๐ บาท จำเลยให้การว่าเดือนละ ๓,๔๒๐ บาท อันจะเป็นฐานคำนวณเงินทดแทนบาดแผลของโจทก์จัดอยู่ในประเภทใดจะเข้าหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน แก้ไขฉบับที่ ๙ ข้อ ๕๔(๑) หรือ (๒) ซึ่งโจทก์เรียกร้องมาทั้งสองประเภท และศาลแรงงานกลางก็มิได้กำหนดแน่ชัดว่า ให้จ่ายจำนวนกี่ปีกี่เดือน อัตราร้อยละเท่าใด คำนวณได้จำนวนเงินเป็นตัวเลขเท่าใด จ่ายครั้งเดียวหรือจ่ายรายเดือน เพียงแต่พิพากษารวมไปว่าให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนเกี่ยวกับคำขอที่โจทก์ฟ้อง จะเป็นปัญหาขัดข้องในการบังคับคดีต่อไป เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะข้อที่มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังที่ศาลฎีกาอ้างไว้ข้างต้น ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ให้ชัดเจนตามรูปความ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2673/2526 นายวิชัย ชิงช่วง โจทก์ กรมแรงงาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชัย ชิงช่วง · จำเลย - กรมแรงงาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรา ไวยหงษ์ · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2641/2527ฎีกา 839/2531ฎีกา 1149-1150/2533ฎีกา 3840/2524ฎีกา 1850/2530ฎีกา 2335/2523ฎีกา 1204/2527ฎีกา 1154/2532ฎีกา 5121/2537ฎีกา 3189/2528ฎีกา 1776/2526ฎีกา 1415/2527ฎีกา 1559/2525ฎีกา 1329-1330/2525ฎีกา 2199/2532ฎีกา 3208/2533ฎีกา 3075/2528ฎีกา 182/2524ฎีกา 4463/2530ฎีกา 2320/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา