คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4480/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการมัสยิดซึ่งเป็นเสียงข้างมากมีอำนาจฟ้องคดีแทนมัสยิดได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมอบอำนาจจากอิหม่าม
ย่อคำพิพากษา
มัสยิดโจทก์จดทะเบียนแล้ว มีคณะกรรมการมัสยิดจำนวน 15คนกรรมการมัสยิดโจทก์จำนวน 12 คน ลงชื่อแต่งทนายความฟ้องคดีนี้ ถือได้ว่าเป็นเสียงข้างมากของคณะกรรมการมัสยิดโจทก์ จึงมีอำนาจฟ้องในนามมัสยิดโจทก์ได้.
พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิหรืออำนาจแก่อิหม่ามฟ้องคดีแทนมัสยิดได้โดยลำพังคณะกรรมการมัสยิดซึ่งเป็นเสียงข้างมากจึงฟ้องคดีในนามมัสยิดได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมอบอำนาจจากอิหม่าม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ม.9
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีกรรมการ 15 คน ที่ประชุมกรรมการมัสยิดโจทก์มีมติว่าตำแหน่งอิหม่ามและบิหลั่นยังว่างอยู่ แต่ปรากฏตามบัญชีรายชื่อกรรมการอิสลามประจำมัสยิดโจทก์ว่า มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นอิหม่ามจำเลยที่ 2 เป็นบิหลั่นเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1ไม่ใช่อิหม่าม และจำเลยที่ 2 ไม่ใช่บิหลั่น และขอให้จัดให้มีการเลือกตั้งอิหม่ามและบิหลั่นให้ถูกต้องตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองได้รับเลือกตั้งให้เป็นอิหม่ามและบิหลั่นโดยชอบ โจทก์มิได้เป็นตัวแทนของมัสยิดและมิได้รับมอบอำนาจจากมัสยิดจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่ากรรมการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 7บัญญัติว่า "แต่ละมัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง จำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน เรียกว่าคณะกรรมการมัสยิด มีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิด" และมาตรา 9 บัญญัติว่า "ในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิดให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของคณะกรรมการมัสยิด" ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การของจำเลยฟังได้ว่า มัสยิดโจทก์ได้จดทะเบียนแล้วมีคณะกรรมการจำนวน 15 คน กรรมการมัสยิดทั้ง 12 คน ซึ่งลงชื่อแต่งทนายความฟ้องคดีนี้เป็นกรรมการมัสยิดโจทก์ ถือได้ว่าเป็นเสียงข้างมากของคณะกรรมการมัสยิดโจทก์ จึงมีอำนาจฟ้องในนามมัสยิดโจทก์ได้ตามกฎหมายดังกล่าว ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 751/2508 ระหว่างมัสยิดดารุ้ลมูฮิบบิน โจทก์ นายตอฮา บุญเพชร กับพวก จำเลย พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิหรืออำนาจแก่อิหม่ามฟ้องคดีแทนมัสยิดได้โดยลำพังคณะกรรมการมัสยิดซึ่งเป็นเสียงข้างมากจึงฟ้องคดีในนามมัสยิดได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมอบอำนาจจากอิหม่าม
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4480/2528
มัสยิดดารอสอาดะห์ โจทก์
นายอาบูบากัส มะมูดี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - มัสยิดดารอสอาดะห์ · จำเลย - นายอาบูบากัส มะมูดี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุทิศ บุญชู · ยนต์ พิรวินิจ · ยรรยง อิทธิพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา