คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไม่มีอำนาจแต่งตั้งโดยพลการ หากไม่มีการประชุมเลือกตั้งตามระเบียบ ผู้ได้รับแต่งตั้งย่อมไม่เป็นกรรมการโดยชอบ
ย่อคำพิพากษา
การแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดต้องปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พ.ศ. 2488 มาตรา 8 ระเบียบการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (สุเหร่า) และวิธีดำเนินการอันเกี่ยวกับการศาสนกิจของมัสยิด (สุเหร่า)พ.ศ. 2492 กับพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 8 คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไม่มีอำนาจแต่งตั้งโดยพลการ คณะกรรมการมัสยิดของโจทก์ที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้มีคำสั่งแต่งตั้ง โดยมิได้มีการประชุมชาวสัปบุรุษเพื่อเลือกตั้ง ย่อมทำให้ผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เป็นกรรมการโดยชอบและต่อมาคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้มีคำสั่งให้จำเลยกับพวกกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดโจทก์ต่อไปตามเดิมก่อนยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจฟ้องในนามมัสยิดโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปก่อสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์ โจทก์จึงมอบอำนาจให้นายอามีน เชื้อผู้ดี ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์และร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้งสิบสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะกรรมการของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่ได้รับเลือกมาจากปวงสัปบุรุษ คณะกรรมการของโจทก์จึงไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดใช้อำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดโจทก์ได้โดยพลการเมื่อเห็นสมควรและในกรณีตำแหน่งกรรมการของมัสยิดว่างลงก่อนครบวาระ โดยไม่จำต้องประชุมชาวสัปบุรุษเลือกตั้งตามความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลามพ.ศ. ๒๔๙๐ นั้น ปัญหาวินิจฉัยจึงมีว่า อิหม่าม คอเต็ม และคณะกรรมการมัสยิดของโจทก์ ที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งโดยมิได้มีการประชุมชาวสัปบุรุษเพื่อเลือกตั้งขึ้นมานั้นมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ต้องปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลามพ.ศ. ๒๔๘๘ มาตรา ๘ ระเบียบการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (สุเหร่า) และวิธีดำเนินการอันเกี่ยวกับการศาสนกิจของมัสยิด (สุเหร่า) พ.ศ. ๒๔๙๒ กับพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไม่มีอำนาจแต่งตั้งโดยพลการ จึงทำให้ผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เป็นกรรมการโดยชอบและคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และพวกกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดโจทก์ต่อไปตามเดิมก่อนยื่นฟ้องคดีนี้ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจฟ้องในนามมัสยิด
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2531
มัสยิดรียาดิ๊สสุนัน สวนใหญ่ โดยนายอามีน เชื้อผู้ดี โจทก์
นายพิชิต ศรีเรืองทอง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - มัสยิดรียาดิ๊สสุนัน สวนใหญ่ โดยนายอามีน เชื้อผู้ดี · จำเลย - นายพิชิต ศรีเรืองทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายองอาจ โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา