⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 818/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานรับเรื่องขอประทานบัตรใหม่ไว้พิจารณา ยังไม่ถือว่าผู้ขอมีสิทธิใดๆ ในที่ดินนั้น จนกว่าจะได้รับประทานบัตรใหม่

ย่อคำพิพากษา

ประทานบัตรของโจทก์หมดอายุแล้ว โจทก์ยังไม่ได้รับประทานบัตรใหม่ เพียงแต่เจ้าพนักงานรับเรื่องขอประทานบัตรใหม่ของโจทก์ไว้พิจารณาเท่านั้น โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่พิพาท และไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาทได้ เมื่อโจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปอยู่ในที่ประทานบัตรของโจทก์ จำเลยต่อสู้คดีว่าประทานบัตรของโจทก์สิ้นอายุแล้ว และจำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาท คดีโจทก์ขาดอายุความคดีไม่มีประเด็นว่าจำเลยขัดขวางการขอออกประทานบัตรของโจทก์หรือไม่ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงไม่เป็นประเด็นที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.43 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.49 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.73 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิทำเหมืองแร่ประทานบัตรที่ ๓๗๓๔/๕๘๔๓จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกโรงเรือนและต้นไม้ในที่ดินประทานบัตรของโจทก์ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณครึ่งไร่ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินประทานบัตรของโจทก์แล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยและบริวารออกไป พร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินประทานบัตรของโจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ประทานบัตรเลขที่ ๓๗๓๔/๕๘๔๓ขาดอายุแล้ว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ถือประทานบัตรดังกล่าว และไม่มีสิทธิใดตามประทานบัตรจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท เพราะครอบครองโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน ๑ ปีแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เดิมบริษัทอีสต์เอเชียติกอินดัสตรีแอนด์พลานเตชั่นจำกัด ได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรที่ ๓๗๓๔/๕๘๔๓ มีกำหนด ๒๐ ปี ต่อมาโจทก์รับโอนประทานบัตรดังกล่าวจากบริษัทอีสต์เอเชียติกอินดันสตรีแอนด์พลานเตชั่น จำกัด หลังจากได้รับโอนประทานบัตรมาแล้ว โจทก์ได้เปิดทำเหมืองแร่ตลอดมาและขอต่ออายุประทานบัตรอีก ๕ ปีก่อนที่ประทานบัตรจะสิ้นอายุลงในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำขอประทานบัตรใหม่เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ทรัพยากรธรณีจังหวัดรับไว้ตามคำขอที่ ๑๐/๒๕๑๓ เมื่อได้รับคำขอประทานบัตรแล้วทรัพยากรธรณีจังหวัดได้ส่งช่างรังวัดออกไปรังวัดกำหนดเขตพื้นที่ระหว่างเดือนเมษายน๒๕๑๙ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๙ และประกาศคำขอประทานบัตรตามกฎหมายแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้านขณะยังอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อออกประทานบัตร เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ โจทก์สั่งให้คนงานของโจทก์นำรถแทรกเตอร์ไปไถบริเวณที่พิพาท เพื่อทำแผนผังและโครงการทำเหมืองยื่นต่อทรัพยากรธรณีจังหวัด จึงทราบว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ประทานบัตรของโจทก์เนื้อที่ประมาณครึ่งไร่ ศาลฎีกาเห็นว่า ประทานบัตรของโจทก์หมดอายุตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ โจทก์ได้ดำเนินการขอประทานบัตรใหม่ จนถึงวันฟ้องคดีนี้ โจทก์ยังไม่ได้รับประทานบัตรใหม่ เพียงแต่เจ้าพนักงานรับเรื่องขอประทานบัตรใหม่ของโจทก์ไว้พิจารณาเท่านั้น ทั้งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา ๗๓ (๓) ยังบัญญัติว่า เมื่อสิ้นอายุประทานบัตรแล้ว มิให้ถือว่าเป็นการได้มาซึ่งสิทธิครอบครอง ดังนั้นก่อนที่โจทก์จะได้รับประทานบัตรฉบับใหม่ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่พิพาทโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาทได้ ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับโจทก์ ขณะที่โจทก์เข้าไปดำเนินการในที่พิพาทเพื่อขอประทานบัตรใหม่เป็นการขัดขวางการขอออกประทานบัตรของโจทก์ถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปอยู่ในที่ประทานบัตรของโจทก์ จำเลยต่อสู้คดีว่า ประทานบัตรของโจทก์สิ้นอายุแล้ว และที่พิพาทจำเลยมีสิทธิครอบครอง คดีโจทก์ขาดอายุความ คดีไม่มีประเด็นว่าจำเลยขัดขวางการขอออกประทานบัตรของโจทก์หรือไม่ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงไม่เป็นประเด็นที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่น ๆ อีกต่อไป ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2536 บริษัทเรือขุดแร่จุติ จำกัด โจทก์ นายนุกูลหรืออูน ดุลยศรีบัณฑิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเรือขุดแร่จุติ จำกัด · จำเลย - นายนุกูลหรืออูน ดุลยศรีบัณฑิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย สายเชื้อ · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายวินิตย์ ศรีภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ภาาค - ๓ นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา