⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1968/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2533

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2532 ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2532 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2533 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ขณะฟ้องจึงมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายเรื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างทำหน้าที่ขนยางให้แผนกคีบ ต่อมาวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๒ เนื่องจากโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๒ โจทก์ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ แต่โจทก์หยุดงานบ่อย เป็นผู้ขาดประสิทธิภาพในการทำงาน การเลิกจ้างจึงมีเหตุสมควรไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ ส่วนคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเลิกจ้างวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๒ ดังนั้นในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ จึงยังไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่เรื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ และข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังได้ความว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๒ ก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ ฉะนั้น ขณะฟ้องจึงมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายเรื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2533 นายวิเชียร เซ่งแก้ว โจทก์ บริษัทไทยยูเนียนรับเบอร์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิเชียร เซ่งแก้ว · จำเลย - บริษัทไทยยูเนียนรับเบอร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา ธนานันท์ · เคียง บุญเพิ่ม · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปัญญา สุทธิบดี · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา