คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1194/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ฟ้องคดีไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงในคดีอีกต่อไป อำนาจฟ้องย่อมหมดไป ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องคดีในนามของโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท มิใช่ฟ้องในฐานะทำการแทนบริษัท เพื่อบังคับจำเลยให้รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการของบริษัทให้โจทก์เป็นกรรมการแต่เพียงผู้เดียว มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท อันถือได้ว่าโจทก์ เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง จึงมีอำนาจฟ้องคดีในขณะยื่นฟ้อง แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทและไม่ได้เกี่ยวข้อง กับบริษัทอีกต่อไปแล้ว ทั้งที่ประชุมวิสามัญของผู้ถือหุ้นได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่ากรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการ 2 คน ไม่ใช่โจทก์ จึงถือว่าโจทก์ไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงในคดีนี้อีกต่อไป อำนาจฟ้องของโจทก์จึงหมดลง ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรรมการบริษัทซึ่งจดทะเบียนกับหน่วยงานของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจและเป็นนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร สังกัดกรมจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้อำนวยการกอง กองทะเบียนธุรกิจและนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร โจทก์ในฐานะกรรมการของบริษัทได้เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของผู้ถือหุ้นแทนผู้ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการตามวาระโดยคงมีโจทก์เป็นกรรมการบริษัทแต่ผู้เดียว ต่อมาโจทก์นำมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นไปยื่นขอจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนายทะเบียนสำนักงานดังกล่าวขณะนั้น แต่สำนักงานดังกล่าวไม่รับจดทะเบียนตามคำขอของโจทก์ โดยอ้างว่าการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมกรรมการและไม่มีหลักฐานว่ากรรมการต้องพ้นตำแหน่งตามวาระ โจทก์ทำหนังสือคัดค้านคำสั่งไม่รับจดทะเบียนดังกล่าวต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๒ ในฐานะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร มีหนังสือยืนยันไม่รับจดทะเบียนตามที่โจทก์ร้องขอโดยอ้างว่าการนัดเรียกประชุมผู้ถือหุ้นมิได้จัดขึ้นโดยมีมติของคณะกรรมการ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งและขัดขวางสิทธิอันชอบธรรมของโจทก์และบริษัท ขอให้บังคับจำเลยที่ ๓ ในฐานะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ ๑ ในฐานะต้นสังกัดรับจดทะเบียนตามคำขอของโจทก์
จำเลยทั้งสามให้การว่า การเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีของผู้ถือหุ้นกระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับตามบริษัท โจทก์ผู้เดียวเป็นผู้เรียกประชุมโดยไม่ได้รับความเห็นชอบของกรรมการอื่น หรือมีมติของคณะกรรมการเรียกประชุมแต่อย่างใด ผลของการประชุมใหญ่จึงไม่ชอบ จำเลยที่ ๒ จึงปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการ โจทก์เป็นเพียงกรรมการของบริษัทไม่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ ในฐานะนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครและจำเลยที่ ๑ ในฐานะต้นสังกัดรับจดทะเบียนตามคำขอของโจทก์
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีในนามของโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทมิใช่ฟ้องในฐานะทำการแทนบริษัท เพื่อบังคับให้จำเลยรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการของบริษัทให้โจทก์เป็นกรรมการแต่เพียงผู้เดียวมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท อันถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง จึงมีอำนาจฟ้องคดีขณะยื่นฟ้อง แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทและไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทอีกต่อไปแล้วทั้งที่ประชุมวิสามัญของผู้ถือหุ้นได้มีมติเป็นเอกฉันท์ยืนยันว่าคณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วยกรรมการ ๒ คน ซึ่งไม่ใช่โจทก์ จึงถือว่าโจทก์ไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงในคดีนี้อีกต่อไป อำนาจฟ้องของโจทก์จึงหมดลง ไม่มีอำนาจฟ้องอีกต่อไป
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1194/2527
นายโธมัส จอห์นสตัน โจทก์
กรมทะเบียนการค้า กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโธมัส จอห์นสตัน · จำเลย - กรมทะเบียนการค้า กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ดำรง อุณหวัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุภาส เลิศฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา