⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 130/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 130/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงพิเศษมีผลเพียงให้อำนาจเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่มีผลเป็นการห้ามโอนที่ดินโดยเด็ดขาด ผู้รับโอนที่ดินโดยชอบย่อมมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน และหากเงินค่าทดแทนไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นธรรม ผู้รับโอนมีอำนาจฟ้องเรียกส่วนที่ขาดได้

ย่อคำพิพากษา

แม้มีการประกาศโฆษณาพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงพิเศษสายพระประแดง-บางแค-ตลิ่งชัน-บางบัวทองตอนพระประแดง-บางแค-ตลิ่งชันพ.ศ.2523ในราชกิจจานุเบกษาแต่ก็มีผลเพียงให้เจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจดำเนินการแก่ที่ดินที่อยู่ในแนวทางหลวงดังกล่าวตามป.ว.ฉบับที่295ข้อ65(1)ถึง(4)หามีผลเป็นการห้ามโอนที่ดินดังกล่าวเป็นการเด็ดขาดไม่เมื่อโจทก์รับโอนที่ดินดังกล่าวมาโดยชอบย่อมมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนเมื่อเงินค่าทดแทนยังไม่เหมาะสมและเป็นธรรมโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยที่1ให้รับผิดชำระส่วนที่ยังขาดอยู่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ บังคับ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน ชำระ เงิน ค่าทดแทนที่ดิน ที่ ถูก เวนคืน 301,812.75 บาท พร้อม ดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละเจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี นับแต่ วันฟ้อง จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ขอให้ ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น วินิจฉัย ว่า โจทก์ มีอำนาจ ฟ้อง จำเลย ที่ 2 มิใช่เจ้าหน้าที่ เวนคืน จึง ไม่ต้อง ร่วมรับผิด กับ จำเลย ที่ 1 จำเลย ที่ 1กำหนด ค่าทดแทน ให้ โจทก์ ต่ำ ไป สมควร กำหนดราคา ที่ดิน โจทก์ ตารางวา ละ4,425 บาท เป็น เงิน 119,475 บาท โจทก์ ควร ได้รับ เพิ่ม อีก49,275 บาท พิพากษา ให้ จำเลย ที่ 1 ชำระ เงิน 49,275 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละ เจ็ด ครึ่ง ต่อ ปี นับแต่ วันฟ้อง เป็นต้น ไป จนกว่าจะ ชำระ เสร็จ แก่ โจทก์ ให้ยก ฟ้องโจทก์ สำหรับ จำเลย ที่ 2 จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "ข้อเท็จจริง ฟังได้ เป็น ยุติ ว่า ได้ มีพระราชกฤษฎีกา กำหนด แนว ทางหลวง ที่ จะ สร้าง ทางหลวง พิเศษ สายพระประแดง -บางแค -ตลิ่งชัน -บางบัวทอง ตอน พระประแดง -บางแค -ตลิ่งชันพ.ศ. 2523 ใช้ บังคับ ตั้งแต่ วันที่ 3 กรกฎาคม 2523 ที่ดิน โฉนด เลขที่5259 ตำบล บางแค (หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 2 งาน 80 ตารางวา ซึ่ง โจทก์ เป็น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ร่วม กับห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮียบหงวนมอเตอร์ ซึ่ง เป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด เครือ เดียว กับ โจทก์ โดย โจทก์ ซื้อ เฉพาะ ส่วน เนื้อที่ 1 งาน40 ตารางวา จาก นาง วิมล ลักษณา และ จดทะเบียน รับโอน กรรมสิทธิ์ มา เมื่อ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2525 ที่ดิน เฉพาะ ส่วน ของ โจทก์ ถูก เวนคืนเพื่อ สร้าง ทางหลวง พิเศษ สาย พระประแดง -บางแค -ตลิ่งชัน -บางบัวทองจำนวน เนื้อที่ 27 ตารางวา จำเลย ที่ 1 กำหนด ค่าทดแทน ที่ดินที่ ถูก เวนคืน ตารางวา ละ 2,600 บาท รวมเป็น เงิน 70,200 บาท โจทก์ได้ อุทธรณ์ ต่อ จำเลย ที่ 2 ขอ ค่าทดแทน ที่ดิน เพิ่ม และ รับ เงิน 70,200บาท ไป จาก จำเลย แล้ว พ้น กำหนด 60 วัน แล้ว จำเลย ที่ 2 มิได้วินิจฉัย อุทธรณ์ ของ โจทก์ ให้ เสร็จสิ้น โจทก์ จึง มา ฟ้องคดี นี้ มี ปัญหาที่ จะ ต้อง วินิจฉัย ตาม ฎีกา ของ จำเลย ที่ 1 เพียง ว่า โจทก์ มีอำนาจ ฟ้องจำเลย ที่ 1 หรือไม่ พิเคราะห์ แล้ว ที่ จำเลย ที่ 1 ฎีกา ว่า เมื่อ พระราชกฤษฎีกา กำหนดแนว ทางหลวง ที่ จะ สร้าง ทางหลวง พิเศษ สาย พระประแดง -บางแค -ตลิ่งชัน -บางบัวทอง ตอน พระประแดง -บางแค -ตลิ่งชัน พ.ศ. 2523 ได้ ประกาศโฆษณา ใน ราชกิจจานุเบกษา แล้ว ประชาชน ทุกคน ต้อง ทราบ ว่า มีผล บังคับเป็น กฎหมาย ที่ ห้าม เจ้าของ หรือ ผู้ที่ ครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่ใน ระยะ 100 เมตร จาก หลัก แนว สำรวจ ทั้ง สอง ข้าง จำหน่าย อสังหาริมทรัพย์เว้นแต่ จะ ได้รับ อนุญาต จาก เจ้าหน้าที่ เวนคืน อสังหาริมทรัพย์ หรือ ผู้ที่ ได้รับ มอบหมาย โจทก์ ประมาท เลินเล่อ ไม่ ตรวจสอบ กับ เจ้าหน้าที่ที่ มี หน้าที่ เกี่ยวข้อง กับ การ เวนคืน ดังกล่าว จึง ไม่มี สิทธิ มาเรียกร้อง ค่าทดแทน ตาม ฟ้อง นั้น ศาลฎีกา เห็นว่า แม้ จะ ได้ มีพระราชกฤษฎีกา กำหนด แนว ทางหลวง ที่ จะ สร้าง ทางหลวง พิเศษ สาย พระประแดง -บางแค -ตลิ่งชัน -บางบัวทอง ตอน พระประแดง -บางแค -ตลิ่งชัน พ.ศ. 2523ประกาศ โฆษณา ใน ราชกิจจานุเบกษา ก็ ตาม แต่ พระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวก็ มีผล เพียง ให้ เจ้าหน้าที่ เวนคืน อสังหาริมทรัพย์ มีอำนาจ ดำเนินการ แก่ที่ดิน ที่อยู่ ใน แนว ทางหลวง ดังกล่าว ตาม ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 65(1) ถึง (4) ดัง ที่ บัญญัติ ไว้ ใน ข้อ 79 เท่านั้นหา มีผล เป็น การ ห้ามโอน ที่ดิน ดังกล่าว เป็น การ เด็ดขาด แต่ ประการใด ไม่เมื่อ โจทก์ รับโอน ที่ดิน ดังกล่าว มา โดยชอบ โจทก์ ย่อม มีสิทธิ ได้รับ เงินค่าทดแทน ตาม ข้อ 74(1) ประกอบ ข้อ 79 และ เมื่อ เงิน ค่าทดแทน ยังไม่ เหมาะสม และ เป็น ธรรม โจทก์ ก็ มีอำนาจ ฟ้อง จำเลย ที่ 1 ให้ รับผิดชำระ ส่วน ที่ ยัง ขาด อยู่ ได้ ศาลล่าง ทั้ง สอง พิพากษา ชอบแล้ว ฎีกาของ จำเลย ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น " พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 130/2538 บริษัท พระนครมอเตอร์ อินดัสตรี จำกัด โจทก์ กรมทางหลวง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท พระนครมอเตอร์ อินดัสตรี จำกัด · จำเลย - กรมทางหลวง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง ปานุราช · สุทธิ นิชโรจน์ · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ