⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 162/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2512

ป.พ.พ. ม.369, 420, 491 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลบังคับได้ไม่เกิน 3 ปี และหากเกินกว่านั้นจะถือเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าห้องโจทก์ 2 ห้อง คือ ห้องเลขที่ 123 - 125 ตามสัญญาเช่ากำหนดว่า ค่าเช่าเดือนละ 500 บาท มิได้แบ่งเป็นค่าเช่าห้องละ 250 บาท เคหะหลังที่เช่าจึงมิใช่เคหะคุ้มครองตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 เงินแป๊ะเจี๊ยะคือเงินกินเปล่า ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า แม้จำเลยจะให้ผู้ให้เช่าไป ก็ไม่ทำให้สัญญาเช่ามีลักษณะตอบแทนเป็นพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา นอกจากนี้ในสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับผู้ให้เช่ามิได้ระบุถึงเงินรายนี้ที่จะให้เห็นว่าเป็นสัญญาเช่าที่มีลักษณะตอบแทนเป็นพิเศษเกี่ยวกับการให้เช่าจนตลอดชีวิต และต่อไปจนถึงบุตรภรรยาจำเลยด้วย อันจะทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษ นอกไปจากให้ค่าแป๊ะเจี๊ยะตามปกติธรรมดาของการเช่า เมื่อสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าธรรมดาไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อายุของการเช่าคงลดลงมาให้มีผลบังคับกันได้เพียง 3 ปี พ้นกำหนดแล้วถือว่าเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์บอกเลิกการเช่าล่วงหน้าตามกฎหมายแล้ว ย่อมฟ้องขอให้ขับไล่ได้ เมื่อสัญญาเช่ามีผลให้ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้เพียง 3ปี กำหนดเวลาเช่าที่เกินจาก 3 ปี ตามที่ตกลงกันไว้ไม่มีผลบังคับกันต่อไป เพราะไม่ได้จดทะเบียนไว้ จึงไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาเช่าตามสัญญาเหลืออยู่และโดยที่ผู้เช่ายังครองทรัพย์สินอยู่ต่อมาโดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลาและข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาเช่าเดิมย่อมระงับและหมดสิ้นไปจึงไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับระยะเวลาเช่าที่จะบังคับให้ไปจดทะเบียนได้ตามที่จำเลยขอ เมื่อการซ่อมแซมเป็นการซ่อมเพื่อความสะดวกสะบายในการอยู่และความสวยงาม ไม่ใช่ต้องซ่อมเพราะความจำเป็นและสมควรเพื่อการรักษาทรัพย์ที่เช่า ทั้งบางรายการก็เป็นการซ่อมแซมเล็กน้อย ผู้เช่าจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าซ่อมแซมอาคารพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.492 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.547 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.550 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.553 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าห้องแถวเลขที่ ๑๒๓ - ๑๒๕ จากนายมนัส ผู้จัดการแทนนายคี้ โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องนี้มา โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่า จำเลยไม่ยอมออก จึงฟ้องขับไล่ ให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์กับนายมนัสพี่ชายและนางฮกกิ้มร่วมคิดกันวางแผนการทำการโอนบ้านรายพิพาทเพื่อหาวิธีขึ้นค่าเช่าและเรียกเงินกินเปล่าและจำเลยได้ฟ้องแย้ง ศาลรับฟ้องแย้งเฉพาะข้อที่ขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนการเช่า และเสียค่าซ่อมแซมอาคารพิพาท ศาลชั้นต้นเรียกนายมนัสและนางฮกกิ้มเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยใช้ค่าเช่าและค่าเสียหาย โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหายเป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๐๘ เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยฎีกา ปัญหาที่ว่า การเช่ารายนี้ได้รับความคุ้มครองของกฎหมายควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏชัดตามสัญญาเช่าว่า ค่าเช่าที่ตกลงกันตายตัวเดือนละ ๕๐๐ บาท มิได้แบ่งเป็นค่าเช่าห้องละ ๒๕๐ บาทดังจำเลยอ้าง ห้องเช่า ๒ ห้องรื้อฝากั้นรวมเป็นเคหะหลังเดียว เคหะหลังที่เช่าจึงไม่ใช่เคหะคุ้มครองตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ซึ่งควบคุมแก่เคหะที่มีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ ๓๐๐ บาท ปัญหาที่ว่า สัญญาเช่ารายนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนหรือไม่จำเลยว่าในการเช่า จำเลยได้ยอมหักหนี้ที่นายมนัสเป็นลูกหนี้จำเลยอยู่ลง ๑ แสนบาทตอบแทนที่จำเลยให้เช่าอยู่ตลอดชีวิต ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะมีการหักหนี้ให้แก่นายมนัสผู้ให้เช่าจริง เงินค่าแป๊ะเจี๊ยะคือเงินกินเปล่าถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า แม้จำเลยจะให้ผู้ให้เช่าไป ก็ไม่ทำให้สัญญานี้มีลักษณะตอบแทนเป็นพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา นอกจากนั้นในสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับนายมนัสในคดีนี้มิได้ระบุถึงเงินรายนี้ที่จะให้เห็นว่าเป็นสัญญาเช่าที่มีลักษณะตอบแทนเป็นพิเศษเกี่ยวกับการให้เช่าจนตลอดชีวิตและต่อไปจนถึงบุตรภรรยาจำเลยด้วย อันจะทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษนอกไปจากให้ค่าแป๊ะเจี๊ยะตามปกติธรรมดาของการเช่า เมื่อสัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าธรรมดาไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อายุของการเช่าคงลดมาให้มีผลบังคับกันได้เพียง๓ ปี พ้นกำหนดแล้วถือว่าเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์บอกเลิกการเช่าล่วงหน้าตามกฎหมายแล้ว ย่อมฟ้องขอให้ขับไล่ได้ จำเลยฎีกาขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนสัญญาเช่าให้แก่จำเลยตามสัญญาข้อ ๔ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสัญญาเช่ามีผลให้ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้เพียง ๓ ปี กำหนดเวลาเช่าที่เกินจาก ๓ ปี ตามที่ตกลงกันไว้ไม่มีผลบังคับกันต่อไป เพราะไม่ได้จดทะเบียนไว้จึงไม่มีข้อตกลงเกี่ยวแก่กำหนดเวลาเช่าตามสัญญาเหลืออยู่ และโดยที่จำเลยยังครองทรัพย์สินอยู่ต่อมาโดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา และข้อตกลงเกี่ยวกับกำหนดเวลาเช่าเดิมย่อมระงับและหมดสิ้นไป จึงไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับระยะเวลาเช่าที่จะบังคับให้ไปจดทะเบียนได้ตามที่จำเลยขอ ในเรื่องค่าซ่อมแซมอาคารพิพาท ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อการซ่อมแซมเป็นการซ่อมเพื่อความสะดวกสบายในการอยู่และความสวยงาม ไม่ใช่ต้องซ่อมเพราะความจำเป็นและสมควรเพื่อการรักษาทรัพย์ที่เช่า ทั้งบางรายการก็เป็นการซ่อมแซมเล็กน้อย จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินรายนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2512 นางวิภา เกียรติแสงศิลป์ โจทก์ นายมนัส ธรรมารักษ์ นางฮกกิ้ม ธรรมารักษ์ โจทก์ร่วม นายซื้อโพ้ย แซ่ปึง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิภา เกียรติแสงศิลป์ · โจทก์ร่วม - นายมนัส ธรรมารักษ์ นางฮกกิ้ม ธรรมารักษ์ · จำเลย - นายซื้อโพ้ย แซ่ปึง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลัม รุทระวณิช · สวิง ลัดพลี · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเนิ่น อนุโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 142/2492ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1798/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 7335/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา