⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5692/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5692/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จะต้องเป็นไปเพื่อการเกษตรกรรมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มิใช่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ที่ประกาศใช้มีความมุ่งหวังช่วยเหลือคุ้มครองชาวนาผู้ยากจนมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบในการเช่านาผู้อื่นทำ มิได้มีเจตนาจะให้ชาวนาผู้ยากจนใช้สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวแสวงหาความร่ำรวยจากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจนเกินกว่าจะนำที่ดินนั้นมาใช้งานเพื่อเกษตรกรรมต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่านามิได้มุ่งหวังจะได้ที่ดินพิพาทเพื่อไปใช้ทำนาต่อไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว เพราะผลผลิตจากที่ดินพิพาทไม่คุ้มกับการลงทุนกู้ยืมเงินมาใช้ซื้อที่ดินพิพาทไปใช้ทำนาต่อไปโจทก์ไม่สามารถนำบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาบังคับแก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับโอนได้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินให้ตนในราคา 2,200,000 บาท ซึ่งไม่ใช่ราคาที่จำเลยที่ 1และที่ 2 โอนขายให้จำเลยที่ 3 และไม่ใช่ราคาตลาดที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 54กำหนดให้อำนาจโจทก์จะขอซื้อจากจำเลยที่ 3 คำฟ้องโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามขายที่นาพิพาทในราคา 2,200,000 บาท เป็นคำฟ้องที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว ศาลไม่สามารถบังคับจำเลยทั้งสามให้โอนขายที่นาพิพาทในราคาตามคำฟ้องของโจทก์ได้ การยื่นฟ้องคดีนี้ของโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ยังจะเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 3 แต่ถ่ายเดียวศาลไม่อาจบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่านาจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพื่อทำนาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2531 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขายที่นาแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 ในราคา 2,200,000 บาท โดยไม่ได้แจ้งการขายให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าก่อน เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2ผู้ขาย กับจำเลยที่ 3 ผู้ซื้อ แล้วให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนขายให้แก่โจทก์ในราคา 2,200,000 บาท หากไม่อาจเพิกถอนได้ให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ซื้อร่วมหรือแทนกันกับจำเลยที่ 1 และที่ 2โอนขายให้โจทก์ในราคา 2,200,000 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ให้โจทก์วางเงินจำนวน 2,200,000 บาท ต่อศาลแล้วถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์แทนจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขาย กับจำเลยที่ 3 ผู้ซื้อแล้วให้จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 โอนขายให้แก่โจทก์ในราคา 7,667,000 บาทหากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์วางเงินดังกล่าวต่อศาลและถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำให้การพยานโจทก์ดังยกขึ้นกล่าวสรุปได้ว่าโจทก์ยากจนไม่มีความสามารถจะซื้อที่ดินพิพาทไว้ใช้ทำนาต่อไปได้ แม้จะใช้วิธีกู้ยืมเงินบุคคลอื่นมาซื้อ เพราะผลผลิตที่ได้จากที่ดินพิพาทเมื่อคำนวณแล้วยังไม่พอชำระดอกเบี้ยจากต้นเงินค่าที่ดินพิพาท ปัจจุบันโจทก์มีอายุมากไม่สามารถทำนาต่อไปได้แม้การดำเนินการร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลคูบางหลวง หรืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดปทุมธานี ก็ต้องใช้>วิธีมอบอำนาจให้นางสาววัฒนา บุตรสาวดำเนินการแทนในการดำเนินคดีชั้นศาล โจทก์ก็ต้องอาศัยนางสาววัฒนาบุตรสาวรับมอบอำนาจมาฟ้องคดีแทน โดยโจทก์ไม่เคยมาเบิกความต่อศาลให้จำเลยได้มีโอกาสซักค้าน ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบเชื่อได้ว่าโจทก์ไม่มีกำลังความสามารถจะซื้อที่ดินพิพาทได้ นอกจากจะมีนายทุนช่วยเหลือและที่สุดจะถูกนายทุนยึดที่ดินพิพาทไป ตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ที่ประกาศใช้มีความมุ่งหวังช่วยเหลือคุ้มครองชาวนาผู้ยากจนมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบในการเช่านาผู้อื่นทำ มิได้มีเจตนาจะให้ชาวนาผู้ยากจนใช้สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวแสวงหาความร่ำรวยจากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ จนเกินกว่าจะนำที่ดินนั้นมาใช้งานเพื่อเกษตรกรต่อไป ที่โจทก์มอบอำนาจให้นางสาววัฒนามาดำเนินคดีนี้ เชื่อได้ว่าโจทก์มิได้มุ่งหวังจะได้ที่ดินพิพาทเพื่อไปใช้ทำนาต่อไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว เพราะผลผลิตจากที่ดินพิพาทไม่คุ้มกับการลงทุนกู้ยืมเงินมาใช้ซื้อที่ดินพิพาทไปใช้ทำนาต่อไป โจทก์ไม่สามารถนำบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาบังคับแก่จำเลยที่ 3 ได้ นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 54 บัญญัติว่าถ้าผู้ให้เช่านาขายนาไปโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 ไม่ว่านานั้นจะถูกโอนต่อไปยังผู้ใด ผู้เช่านามีสิทธิซื้อมาจากผู้รับโอนนั้นตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ผู้รับโอนซื้อไว้หรือตามราคาตลาดในขณะนั้น แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่ากัน แต่ทั้งนี้ผู้ให้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อนาดังกล่าวภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันที่ผู้เช่ารู้หรือควรจะรู้หรือภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนานั้นแสดงว่า แม้ผู้ให้เช่านาขายนาโดยมิได้ให้โอกาสโจทก์ผู้เช่านาได้ซื้อมาก่อนก็ตามแต่สิทธิการเช่านาของโจทก์หาได้ระงับลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม โจทก์มีสิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนในราคาและวิธีการชำระเงินที่ผู้รับโอนซื้อไว้ หรือตามราคาตลาดในขณะนั้นได้ที่ดินพิพาทราคา 7,6677,000 บาท โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินให้ตนในราคา 2,200,000 บาท ไม่ใช่ราคาที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนขายให้จำเลยที่ 3 และไม่ใช่ราคาตลาดที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 54กำหนดให้อำนาจโจทก์จะขอซื้อจากจำเลยที่ 3 คำฟ้องโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามขายที่นาพิพาทในราคา 2,200,000 บาท เป็นคำฟ้องที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว ศาลไม่สามารถบังคับจำเลยทั้งสามให้โอนขายที่นาพิพาทในราคาตามคำฟ้องของโจทก์ได้การยื่นฟ้องคดีนี้ของโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ยังจะเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 3 แต่ถ่ายเดียว ศาลฎีกาไม่อาจบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ได้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5692/2538 นาย ม้วน คง ยืน โจทก์ นาย ทอง ดี กลัด พ่วง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ม้วน คง ยืน · จำเลย - นาย ทอง ดี กลัด พ่วง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 2970/2522ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา