⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9815/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9815/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของกรรมการบริษัท ถือเป็นการกระทำของบริษัท และการที่กรรมการบริษัทปฏิเสธไม่ยอมคืนโฉนดที่ดิน ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องในตอนต้น ได้ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ไว้ว่า บริษัท ส. โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 การกระทำใดๆ ของจำเลยที่ 2 จึงต้องแสดงออกโดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ดังนั้น เมื่อคำฟ้องได้ระบุว่า เมื่อโจทก์เรียกให้จำเลยที่ 1 คืนโฉนดที่ดิน แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมคืนกลับอ้างว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 2 ในขณะที่จำเลยที่ 1 เองเป็นกรรมการของจำเลยที่ 2 อยู่ด้วย เท่ากับจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ผู้แทนปฏิเสธไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์นั่นเอง จึงถือว่าโจทก์ถูกจำเลยที่ 2 โต้แย้งสิทธิและมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 29696 ตำบลคลองถนน อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่คืนขอถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนเพื่อขอให้มีคำสั่งออกใบแทนโฉนดที่ดิน ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า กรณีตามคำฟ้องในส่วนจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 โต้แย้งสิทธิโจทก์อย่างไร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาค่าฤชาธรรมเนียม ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ในศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่ง (ที่ถูก คำพิพากษา) ศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องในตอนต้น ได้ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ไว้ว่า บริษัทสระบุรีทรัคเซลส์ จำกัดโดยมีจำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 การกระทำใดๆ ของจำเลยที่ 2 จึงต้องแสดงออกโดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ดังนั้น เมื่อคำฟ้องได้ระบุว่า เมื่อโจทก์เรียกให้จำเลยที่ 1 คืนโฉนดที่ดิน แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมคืนกลับอ้างว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 2 ในขณะที่จำเลยที่ 1 เองเป็นกรรมการของจำเลยที่ 2 อยู่ด้วย เท่ากับจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ผู้แทนปฏิเสธไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์นั่นเอง จึงถือว่าโจทก์ถูกจำเลยที่ 2 โต้แย้งสิทธิ และมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้แย้งว่าคำฟ้องและเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อความใดที่ทำให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 2 นั้น เห็นว่า ฟ้องโจทก์ระบุชื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 ไว้ด้วย แม้คำฟ้องจะไม่ได้ระบุว่าจำเลยที่ 1 กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 2 ไว้อย่างชัดแจ้ง แต่แสดงเจตนาได้ว่าที่โจทก์ระบุชื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 2 ก็เพื่อให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีความเกี่ยวพันกับจำเลยที่ 2 ที่จะต้องรับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจแล้ว ส่วนฎีกาข้ออื่นล้วนไม่เป็นสาระอันควรที่จะวินิจฉัยให้เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9815/2555 นายสมบูรณ์ ลีสวรรค์ โจทก์ นายศักดิ์ชัย ลีสวรรค์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะ กรรมการของบริษัทสระบุรีทรัคเซลส์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบูรณ์ ลีสวรรค์ · จำเลย - นายศักดิ์ชัย ลีสวรรค์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการของบริษัทสระบุรีทรัคเซลส์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทักษ์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร · เฉลียว พลวิเศษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเลอเลิศ ชุณหโอภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายกมล ธีรเวชพลกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.953/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา