⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 713/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2512

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยินยอมหรือสมัครใจให้จำเลยปิดกั้นลำรางพิพาท เท่ากับโจทก์เต็มใจยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนในอนาคต จะถือว่าจำเลยละเมิดต่อโจทก์ไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย และไม่มีอำนาจฟ้องให้ศาลบังคับจำเลยเปิดลำรางพิพาท ลำรางพิพาทจะเป็นลำรางสาธารณะหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินด้านทิศตะวันออก มีลำรางสาธารณะยาวตั้งแต่ทะเลทิศใต้ตลอดไปทางทิศเหนือจดคลองตานาค ผ่านหน้าที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันออก และผ่านหน้าที่ดินของจำเลยทางด้านทิศตะวันตก จำเลยบังอาจปิดกั้นลำรางสาธารณะดังกล่าว เป็นเหตุให้น้ำทะเลไม่สามารถไหลผ่านเข้าไปในที่ดินของโจทก์ได้ ทำให้กุ้งปลาที่โจทก์เลี้ยงไว้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ฯลฯ และขอให้ศาลบังคับให้จำเลยเปิดลำราง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าคู่กรณีทำสัญญาประนีประนอมกันไปแล้ว คดีโจทก์ต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีอาญาทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ยกฟ้องทางอาญา และให้จำเลยรับผิดทางแพ่ง ใช้ค่าสินไหมทดแทน ๒,๐๐๐ บาท โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีส่วนอาญาเป็นอันยุติ จำเลยอุทธรณ์คดีส่วนแพ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ขุดลอกลำราง แต่พอขุดลอกมาผ่านหน้าที่ดินจำเลย จำเลยได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ กล่าวหาว่าโจทก์กับพวกบุกรุกเข้ามาในที่ดินของจำเลย พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวโจทก์ที่ ๑ จำเลยอ้างว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับนายเพ็งโจทก์กับพวก โดยขอให้โจทก์กับพวกปิดกั้นลำรางพิพาทให้เรียบร้อย โจทก์รับว่าจะปิดกั้นลำรางพิพาทให้ภายในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๐๙ และรับว่าได้ขุดดินบุกรุกที่ของจำเลย แต่ขาดเจตนา เพราะเข้าใจว่าเป็นที่สาธารณะ จำเลยก็ถอนคำร้องทุกข์ไป ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑ เมื่อครบกำหนดตามที่ตกลงกันไว้ โจทก์ไม่ปิดกั้นลำรางที่พิพาทนี้ จำเลยจึงได้ใช้ให้นายโป๊ะนายจิ๋มปิดกั้น ผลของการปิดกั้นเป็นเหตุให้น้ำทะเลไม่สามารถผ่านเข้าไปในที่ดินของโจทก์ได้ กุ้งปลาที่โจทก์เลี้ยงไว้ในที่ดินของโจทก์ตายเสียหายไป ศาลฎีกาเห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.๑ โจทก์และจำเลยตกลงจะให้มีการปิดกั้นลำรางพิพาท โดยโจทก์รับจะเป็นผู้ทำการปิดกั้นลำรางพิพาทให้จำเลยภายในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๐๙ ข้อตกลงดังกล่าวนี้พอจะถือได้ว่าโจทก์ได้ยินยอมหรือสมัครใจให้จำเลยกระทำการปิดกั้นลำรางพิพาทได้ ความยินยอมของโจทก์หรือความสมัครใจของโจทก์ในกรณีเช่นนี้เท่ากับว่าโจทก์เต็มใจยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนในอนาคต ภายหลังที่ได้มีการปิดกั้นลำรางพิพาทแล้ว เหตุนี้เมื่อถึงเวลาที่โจทก์ตกลงจะทำการปิดกั้นลำรางพิพาท โจทก์ไม่ทำการปิดกั้นลำรางพิพาท จำเลยจึงได้ปิดกั้นลำรางพิพาทนี้เสียเอง การกระทำของจำเลยที่เกิดจากความยินยอมของโจทก์เช่นนี้ จะถือว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย และไม่มีอำนาจฟ้องให้ศาลบังคับให้จำเลยเปิดลำรางพิพาท ลำรางพิพาทจะเป็นลำรางสาธารณะหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2512 นายเพ็ง มูลสาคร ที่ 1 นายเล็ก ทองทา ที่ 2 โจทก์ นายเริ่ม หลักเพ็ชร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพ็ง มูลสาคร ที่ 1 นายเล็ก ทองทา ที่ 2 · จำเลย - นายเริ่ม หลักเพ็ชร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปันโน สุขทรรศนีย์ · ยง เหลืองรังษี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมบูรณ์ บุญภินนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา