⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 22/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2511

ย่อคำพิพากษา

ภารโรงในกองยานพาหนะได้ปลอมใบเบิกเงินค่าแรงของคนงานในกองยานพาหนะ โดยปลอมชื่อคนงานและปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กองยานพาหนะที่จะต้องลงชื่อในใบสำคัญนั้น แล้วเอาไปแสดงต่อแผนกบัญชีเพื่อขอรับเงิน เจ้าหน้าที่แผนกบัญชีไม่ได้ตรวจสอบดูความถูกต้อง กลับเสนอหัวหน้าแผนกลงชื่อแล้วส่งไปแผนกเงินเพื่อจ่ายเงิน แผนกเงินได้จ่ายเงินโดยผิดระเบียบ กล่าวคือ ไม่ได้จ่ายให้แก่คนงานเป็นรายคนไป กลับจ่ายให้แก่ภารโรงผู้นั้นทั้งหมด แล้วส่งใบสำคัญคือแผนกบัญชี แผนกบัญชีได้คัดบัญชีใบสำคัญที่จ่ายเงินไปแล้วส่งไปกองยานพาหนะซึ่งจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อรับรองความถูกต้อง การทุจริตรายนี้สำเร็จลงได้ เพราะการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่แผนกบัญชีและแผนกเงิน การทุจริตสำเร็จไปก่อนที่จำเลยจะรับรองความถูกต้องของใบสำคัญนั้น เพราะฉะนั้นถึงแม้จำเลยจะตรวจพบรายการจ่ายเงินอันเนื่องจากการทุจริตหรือกระทำการโดยบกพร่องประการใดก็ตาม ก็ไม่อาจยับยั้งการจ่ายเงินของแผนกเงินได้ เพราะได้จ่ายเงินไปแล้ว ความเสียหายที่โจทก์ได้รับหาใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยไม่ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ทำให้นายจงกลกับพวกได้โอกาสทุจริตเบิกเงินของโจทก์ไป จึงขอให้จำเลยชดใช้ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เหตุที่จะเกิดคดีนี้ขึ้นก็โดยนายจงกล ภารโรงในกองยานพาหนะกับพวก ได้ทุจริตปลอมใบสำคัญเบิกเงินค่าแรงงานโดยปลอมชื่อและลายมือชื่อคนงานซึ่งมิได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนคนงานของโจทก์ และปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กองควบคุมยานพาหนะที่จะต้องลงนามในเอกสารดังกล่าวทุกแห่ง แล้วนำใบสำคัญดังกล่าวไปยื่นต่อแผนกบัญชี หัวหน้าแผนกบัญชีได้ลงชื่อประทับตรารับรองว่าควรจ่ายเงินตามใบสำคัญนั้นได้ แล้วส่งใบสำคัญนั้นไปยังแผนกเงินเพื่อทำการจ่าย เจ้าหน้าที่การเงินได้จ่ายเงินให้นายจงกลรับไป หลังจากที่แผนกเงินจ่ายเงินไปแล้ว ได้ส่งใบสำคัญกลับคืนแผนกบัญชีจึงได้คัดบัญชีที่จ่ายเงินไปแล้วตามใบสำคัญส่งไปยังแผนกควบคุม กองยานพาหนะซึ่งจำเลยที่ ๒, ๓ เป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ยืนยันความถูกต้องในการนี้จำเลยที่ ๒ ได้ทำบัญชีแยกประเภทงานของแผนกประจำเดือน ช.ป. ๒๙ (ตามเอกสารหมาย จ.๑๔ ถึง จ.๑๙) เสนอให้จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกควบคุมลงนามรับรองความถูกต้องร่วมกับจำเลยที่ ๒ แล้วแจ้งกลับไปยังแผนกบัญชีกองคลังตามระเบียบ ต่อมาทางราชการทราบการทุจริตรายนี้ จึงได้ดำเนินคดีฐานฉ้อโกงกับนายจงกลและได้ฟ้องจำเลย คดีนี้ให้รับผิดฐานละเมิดร่วมกับนายจงกล ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามระเบียบเจ้าหน้าที่แผนกบัญชีจะต้องตรวจสอบรายชื่อคนงานที่ปรากฏในใบสำคัญเบิกค่าแรงนั้น กับทะเบียนรายชื่อคนงานที่กรมอนุมัติให้จ้างไว้เสียก่อน เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้วจึงเสนอหัวหน้าแผนกบัญชีลงชื่อ ประทับตรารับรองถูกต้องให้จ่ายเงินตามใบสำคัญนั้นได้ การทุจริตรายนี้หากเจ้าพนักงานแผนกบัญชีได้ตรวจสอบรายชื่อคนงานก็จะทราบได้ทันทีว่าใบสำคัญ ขอเบิกค่าแรงตามเอกสารหมาย จ.๑ - จ.๑๓ นั้น เป็นเอกสารปลอมและถ้าหากหัวหน้าแผนกบัญชีไม่ลงชื่อ แผนกเงินก็จ่ายเงินดังกล่าวไม่ได้ เหตุสำคัญที่ทำให้การฉ้อโกงของนายจงกลสำเร็จลุล่วงไปอยู่ที่การกระทำของเจ้าหน้าที่แผนกบัญชีของโจทก์นี้เอง นอกจากนี้ปรากฏว่าเมื่อหัวหน้าแผนกบัญชีรับรองใบสำคัญให้จ่ายเงินได้แล้ว ในตอนที่จะจ่ายเงินถ้าหากแผนกเงินจ่ายเงินตามระเบียบคือจ่ายเงินให้แก่คนงานต่อหน้าผู้นำรับเงินและถามชื่อสกุล เลขประจำตัว ตลอดจนอัตราค่าแรงของคนงานผู้รับเงินเสียก่อน แล้วจึงจ่ายไป การทุจริตรายนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จไปได้เลย ศาลฎีกาจึงเห็นว่า เพราะการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ แผนกบัญชีและแผนกเงินกองคลังนี้เป็นผลโดยตรงให้การทุจริตฐานฉ้อโกงของนายจงกลสำเร็จผล หาใช่เนื่องจากการกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์ไม่ การที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำบัญชีแยกประเภทงานของแผนกประจำเดือนตามแบบ ช.ป. ๒๙ (เอกสาร จ. ๑๔ ถึง จ. ๑๙) ส่งไปยังแผนกบัญชีกองคลังทุกเดือน ตามระเบียบของโจทก์ซึ่งมีความประสงค์จะทราบจำนวนเงินรายจ่ายและคงเหลืออยู่ และการที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ลงชื่อในเอกสาร จ.๓๓ ถึง จ. ๓๘ คืนไปยังแผนกบัญชีเพื่อรับรองว่าเงินที่จ่ายไปนั้นไม่เกินงบประมาณที่มีอยู่นั้น เป็นการกระทำภายหลังเหตุที่นายจงกลได้กระทำการฉ้อโกงเงินจากกองคลังสำเร็จผลไปแล้ว ถึงแม้จำเลยจะตรวจพบรายการจ่ายเงินอันเนื่องมาจากการทุจริต หรือจำเลยกระทำการโดยบกพร่องประการใดก็ตาม ก็ไม่อาจยับยั้งการจ่ายเงินของแผนกเงินกองคลังได้ เพราะได้จ่ายเงินไปแล้ว ความเสียหายที่โจทก์ได้รับหาใช่ผลโดยตรงมาจากการกระทำของจำเลยไม่ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2511 กรมชลประทาน โดย หลวงธาราดิเรก รองอธิบดี รักษาการแทนอธิบดี โจทก์ ขุนสังขวณิชวารีกร ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทาน โดย หลวงธาราดิเรก รองอธิบดี รักษาการแทนอธิบดี · ล. - ขุนสังขวณิชวารีกร ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ไฉน บุญยก · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดวง ดีวาจิน · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา