⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6432/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6432/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ ยังไม่ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใด ๆ จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนาย ป. กับนาง อ. ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งถูกคนร้ายยิงถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือเสนอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังพิจารณา แต่กรมบัญชีกลางแจ้งให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าการตายของนาย ป. กับ นาง อ. มีสาเหตุเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ตายทั้งสองหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอด จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการดังกล่าวสอบสวนแล้วมีความเห็นหรือมติว่าสาเหตุการตายของนาย ป. เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนาย ป. ส่วนสาเหตุการตายของนาง อ. ไม่ได้เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนาง อ. กรมบัญชีกลางจึงไม่จ่ายเงินบำเหน็จตกทอดของนาย ป. ให้แก่โจทก์ทั้งสอง คงจ่ายให้เฉพาะส่วนของนาง อ. การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวหาได้กระทำการใดอันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่ความเห็นดังกล่าวหามีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาด หรือฟังเป็นยุติที่กรมบัญชีกลางจะต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใดไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองเช่นเดียวกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่ามติของจำเลยทั้งเจ็ดเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนมติดังกล่าว จำเลยทั้งเจ็ดให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐ กับนางอุราญ ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งถูกคนร้ายยิงถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือเสนอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังพิจารณา แต่กรมบัญชีกลางแจ้งให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าการตายของนายประเสริฐกับนางอุราญมีสาเหตุเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ตายทั้งสองหรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอด จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการดังกล่าวสอบสวนแล้วมีความเห็นหรือมติว่าสาเหตุการตายของนายประเสริฐเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนายประเสริฐ ส่วนสาเหตุการตายของนางอุราญไม่ได้เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนางอุราญ กรมบัญชีกลางจึงไม่จ่ายเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐให้แก่โจทก์ทั้งสอง คงจ่ายให้เฉพาะส่วนของนางอุราญ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดหรือไม่ เห็นว่า อำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังโดยเฉพาะ เมื่อโจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐ จำเลยที่ 2 เป็นผู้เสนอเรื่องไปให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา กรมบัญชีกลางส่งเรื่องให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวหาได้กระทำการใดอันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ซึ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เมื่อได้ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่า สาเหตุการตายของนายประเสริฐเกิดขึ้นเนื่องมาจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนายประเสริฐ และต่อมาได้ส่งความเห็นนี้ไปให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา ความเห็นของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ที่ได้จากการสอบสวนจึงเป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ที่ได้รับความหมายมาจากจำเลยที่ 1 แต่ความเห็นดังกล่าวหามีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาด หรือฟังเป็นยุติที่กรมบัญชีกลางจะต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใดไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองเช่นเดียวกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6432/2548 นายอัครเดช ตะน่าน กับพวก โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอัครเดช ตะน่าน กับพวก · จำเลย - ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วิชัย วิวิตเสวี · ธานิศ เกศวพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายอุทัย พิศวง · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิจิตร วิสุชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา