⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5235/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5235/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 320 วรรคแรก จะครบองค์ประกอบเมื่อผู้กระทำใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งที่กฎหมายกำหนด (เช่น อุบาย หลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือข่มขืนใจด้วยประการอื่น) เพื่อพาหรือส่งบุคคลออกไปนอกราชอาณาจักร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการทุกอย่างพร้อมกัน

ย่อคำพิพากษา

การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 320 วรรคแรกนั้น ผู้กระทำเพียงใช้อุบาย หลอกลวงหรือขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด อย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าวมา พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักรก็ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 320 วรรคแรก แล้วหาจำต้องกระทำการทุกอย่างพร้อมกันในคราวเดียวกันไม่ การที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่า มีงานให้ทำที่ประเทศสิงคโปร์และส่งผู้เสียหายออกไปนอกราชอาณาจักรการกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 320 วรรคแรกแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.320

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๒๐, ๓๔๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๔, ๗, ๒๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ อีกกระทงหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องหรือรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองสำนวนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกกับจำเลย ๒ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๐ วรรคแรกนั้น ผู้กระทำเพียงใช้อุบายหลอกลวงหรือขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวมา พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักรก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ แล้วหาจำต้องกระทำพร้อมกันทุกอย่างไม่ การที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่ามีงานให้ทำที่ประเทศสิงคโปร์และส่งผู้เสียหายออกไปนอกราชอาณาจักรการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ปรับทบลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ โดยไม่ระบุวรรคนั้นเห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5235/2530 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นางประพิน อุดมสิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นางประพิน อุดมสิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายปกรณ์ วงศาโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3859/2537ฎีกา 421/2479ฎีกา 1595/2522ฎีกา 176/2484ฎีกา 1366/2482ฎีกา 1117/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา