คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ที่คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป ให้ถือว่าเป็นการผลิต ส่งออก หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยเด็ดขาด และจำเลยจะนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสองบัญญัติว่า การผลิต นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไปให้ถือว่า ผลิตส่งออก หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้น เป็นข้อสันนิษฐานโดยเด็ดขาด จำเลยจะนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวหาได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ น้ำหนัก ๔๔.๓๕๖ กรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ หนัก ๑.๕๕๐ กรัม ไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๕, ๒๖, ๖๖, ๖๗, ๗๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๙๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองแต่ปฏิเสธในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕, ๒๖, ๖๖, ๗๖ ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๓๐ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน ลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๔ เดือน และปรับ ๖๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ เดือนปรับ ๓๐๐ บาท เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวมจำคุก ๒๒ ปี ๘ เดือน ปรับ ๓๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน โดยนับโทษต่อจากโทษจำคุก ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง บัญญัติว่า การผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไปให้ถือว่า ผลิต ส่งออก หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อสันนิษฐานโดยเด็ดขาด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนซึ่งคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนักถึง ๔๔.๓๕๖ กรัม ไว้ในครอบครองเช่นนี้ จึงถือได้ว่า จำเลยมีเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้วจำเลยจะนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวหาได้ไม่จำเลยจึงต้องมีความผิดตามโจทก์ฟ้อง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2530
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์
นายยาโม มายวาล์ด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายยาโม มายวาล์ด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายลาชิต ไชยอนงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา