⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2852/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2852/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อบุคคลหนึ่งโดยตรง แต่ผลของการกระทำนั้นได้กระทบต่อบุคคลอื่นด้วย ถือเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หากมีเจตนาเพียงต่อบุคคลแรกเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยิงผู้ตายซึ่งอยู่ในกลุ่มคน 2 นัดติดต่อกัน กระสุนปืนถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย และพลาดไปถูกคนในกลุ่มคือ ส. ได้รับบาดเจ็บ พฤติการณ์ของจำเลย จึงเป็นการกระทำเพื่อฆ่าผู้ตายเท่านั้น หาได้มีเจตนาจะฆ่า ส. อีกต่างหากไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 บทหนึ่งและมาตรา 288, 80 ประกอบด้วยมาตรา 60 อีกบทหนึ่ง ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดหลายกระทง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนพร้อมกระสุนปืนขนาด .๓๘ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้อาวุธปืนนั้นยิงนายเฉลิม เถื่อนถ้ำแก้ว โดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุให้นายเฉลิมถึงแก่ความตายทันทีแล้วลักเอาสร้อยคอทองคำซึ่งสวมคอผู้ตายไปโดยทุจริต และได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายสุวิทย์ ภู่บางบอน ผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าเป็นเหตุให้นายสุวิทย์ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๘๘, ๘๐, ๒๘๙, ๓๓๕ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕, ๗ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ข้อ ๓, ๖, ๗ ริบปืน กระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์ แต่ปฏิเสธข้อหาอื่น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕, ๗ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ข้อ ๓, ๖, ๗ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๒๘๙ (๔), ๓๓๕ วรรคสอง, ๙๑ ฐานมีอาวุธปืนลงโทษตามมาตรา ๗๒ วรรคแรก จำคุก ๒ ปี ฐานพาอาวุธปืนลงโทษตามมาตรา ๗๒ ทวิ วรรคสอง จำคุก ๑ ปี พยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก๑๒ ปี ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิตฐานลักทรัพย์จำคุก ๕ ปี คำรับของจำเลยชั้นจับกุมสอบสวนและชั้นพิจารณาไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่สมควรลงโทษให้เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่นำโทษความผิดกระทงอื่นมารวมอีก ปืน กระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๐ ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนักที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ จำคุกตลอดชีวิต คำรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่สมควรลดโทษให้ เมื่อลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วก็ไม่อาจนำโทษในความผิดกระทงอื่นมารวมอีกได้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เพียงว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ และการใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือไม่ สำหรับปัญหาข้อแรกศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลไม่พอฟังว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนปัญหาข้อหลัง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสำหรับปัญหาข้อหลังที่ว่า การใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือไม่นั้น ได้ความจากนายแสงชัยติโลกะนาถ นายวิรัช เถื่อนถ้ำแก้ว และนายสุวิทย์ ภู่บางบอน พยานโจทก์ว่าจำเลยยิงนัดแรกผู้ตายร้องโอ๊ย แล้วจำเลยยิงซ้ำเป็นนัดที่สองพลาดไปถูกนายสุวิทย์ มีนายสมเกียรติ เบิกความสนับสนุนว่า จำเลยยิงทั้งสองนัดติดต่อกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายซึ่งอยู่ในกลุ่มคน ๒ นัด ติดต่อกัน กระสุนปืนที่ยิงพลาดไปถูกคนในกลุ่มคือนายสุวิทย์ได้รับบาดเจ็บพฤติการณ์ของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพื่อฆ่าผู้ตายเท่านั้นหาได้ไล่ยิงนายสุวิทย์โดยเจตนาจะฆ่านายสุวิทย์อีกต่างหากไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดหลายกระทงดังที่โจทก์ฎีกาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2852/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายนิวัฒน์ หรือวัฒน์ บุญนำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายนิวัฒน์ หรือวัฒน์ บุญนำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายรพี มัชฌิมศรัทธา · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 582/2468ฎีกา 7281/2537ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 690/2467ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา